| |
ภาพ Earth and Green ของ Rothko นี้ เขาได้สร้างภาพแอ็บสแตรค ที่ใช้สีที่มีบรรยากาศหนักๆ หม่นๆ
โดยได้จินตนาการมาจาก ลักษณะของจักวาลเวิ้งว้างที่ซ่อนเรื่องราวลี้ลับเอาไว้ ภาพที่ถูกแบ่งเป็น ช่องๆ ทางแนวนอน นั้น
เทียบได้กับทิวทัศน์ ธรรมชาติของผืนดิน หรือผืนนำที่แยกออกจากท้องฟ้าและกลุ่มเมฆ และบริเวณสีที่เรืองแสงนั้น
ก็เทียบให้นึกไปถึงแสงสว่างจาก ท้องฟ้าที่ส่องสว่างอยู่ทั่วไป
ภาพ Orange Yellow Orange นี้ Rothko จะใช้สีร้อนเป็น รูปทรงเลขาคณิต ที่ขอบนอกเป็นแนวเส้นตรง
ในส่วน บริเวณด้านในจะมีแนวสีที่ซึมซ่านเรื่อเรือง เป็นสีแดงส้มอยู่ ในช่วงบนกินแดนลงมาถึง 2 ใน 3 ส่วนของภาพ
แล้วยังมี สีเหลืองอยู่ในแนวนอน เรืองสว่างกว่าที่อื่น ซึ่งก็อาจทำให้เรานึกไปถึงพระอาทิตย์ตก กลางทะเลทราย
ทิ้งลำแสงสุดท้ายเอาไว้กับท้องฟ้าที่แดงฉาน และพื้นทรายที่ยังร้อนระอุ
Rothko ได้กล่าวไว้ว่า เขาไม่ได้สนใจในสัมพันธภาพของสี หรือ รูปทรงเพียงเพื่อจะเขียนอะไรออกมาสักอย่าง
หนึ่งเท่านั้น หากแต่ว่าเขาสนใจในเรื่อง ของการแสดงออกทางอารมณ์ของมนุษย์ปถุชน ทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงาหงอย
ดังนั้น คนที่จะเข้าใจภาพเขียนของ Rothko ได้นั้นก็ต้องเป้นคนที่รู้สึกอย่างเดียวกับ เขานั่นเอง
เราจะเห็นได้ว่าความแตกต่างระหว่างงาน แอบสแตรคแบบ Action Painting กับ Colour-Field Painting
อย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือขณะที่ Action Painting จะเน้นความลื่นไหล สด ฉับพลัน แต่ Colour-Field Painting
กับเน้นถึง ความเงียบสงบ นิ่ง และ แฝงไปด้วย ความลึกลับ แต่อย่างไรก็ตามทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็สื่อถึงปรัชญา ความคิด
ของแต่ละคน โดยแสดงออกผ่านการใช้สีคนละ Style กันแต่สื่อถึงความคิด หลักๆ เดียวกัน
|
|