Portrait of Picasso /Discover of Paris
ในช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม ปี ค.ศ. 1900 ปีกัสโซ๋ได้เดินทางไปที่กรุง Paris ณ. ที่กรุงปารีสนี้เองที่
ปีกัสโซ่ได้ค้นพบ สีสันใหม่ให้กับภาพเขียนของเขา คือ จากที่งานของปีกัสโซ่ จะใช้สีสันออกไปในโทนมืดๆ ดังเช่น
สีของผ้าคลุมไหล่ ของหญิงชาวสเปน หรือ สีเหลืองอ่อนๆ และ สีนําตาล ตามแบบทิทัศน์ของสเปน กับแปรเปลี่ยนไปใช้สี
ที่สดใสขึ้นตามแบบฉบับของ Van Gogh ปีกัสโซ่จะเลือกใช้สีถ่าน สีเทียน สีนํา และสีนํามัน ในการถ่ายทอด
ภาพชีวิตที่ฟู่ฟ่า ของ นครแห่งแฟชั่นอย่าง Paris
ความเป็นฝรั่งเศสในมุมมองของ Picasso ได้ถูกถ่ายทอกออกมาในภาพ "Moulin de
la Galette" ที่ปีกัสโซ่ อุทิศความงาม ของภาพนี้ให้กับ จิตรกรชาวฝรั่งเศส
Toulouse-Lautrec ซึ่งภาพนี้ของปีกัสโซ่ จะเต็มไปด้วย อิทธิพลจาก Lautrec
อย่างเห็นได้ชัด
ในที่สุดหลังจากปีกัสโซ๋ใช้ชีวิตใน ปารีส อยู่พักหนึ่ง เขาก็ไดินทางกลับบ้านที่สเปนกับ
Casagemas เพื่อนสนิท ช่วงนี้ ปีกัสโซ่ได้มีโอกาศทำงานเป็น Art editor ให้กับ
นิตยสารเล่มใหม่ที่ชื่อ Arte Joven ในกรุง Madrid จากการกลับมาที่สเปนในครั้งนี้ เพื่อนสนิทของปีกัสโซ่คือ
Casagemas ได้แบกเอาความผิดหวังจากความรัก กลับมา จากปารีสด้วย ทำให้ Casagemas
ได้แอบเดินทางกลับไปที่ปารีสอีกครั้งหนึ่ง ด้วยจุดประสงค์ที่จะไปยิง หญิงสาวที่ ตัวเองหลงรัก และก็ยิงตัวเองตายตาม
เหตุการณ์อันสลดอันนี้ ได้ส่งผลกระทบ ในด้านความรู้สึกให้กับ ปีกัสโซ่เป็นอย่างมาก
มันไม่ใช่แค่การสูญเสีย เพื่อนแท้ไปเท่านั้น แต่มันสร้างความรู้สึกผิดให้กับ ปีกัสโซ่
ที่เขาไม่สามารถช่วยเพื่อนได้ ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ความเศร้าโศรก ที่ฝังลึกในก้นบึ้งของหัวใจของ
ปีกัสโซ่ ในครั้งนี้ กลับแปรเปลี่ยน เป็นแรงผลักดันให้ ปีกัสโซ๋ สร้างสรรผลงาน ศิลปะ
ที่ยิ่งใหญ่ออกมา ดังที่เรารู้จักกันในผลงานที่เรียกว่า "Blue Period"
ผลงานของปีกัสโซ่ ที่เกี่ยวกับการจากไปของ Casagemas ที่ออกมาในช่วงนี้คือภาพ portrait
ของ Casagemas ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1901 และ ภาพ "Mourners" กับ "Evocation"
ที่เป็นฉากเรื่องราวในพิธีงานศพของ Casagemas และ ในปี ค.ศ. 1903 เรื่องราวของ Casagemas ก็ปรากฎ
ออกมาในงานของปีกัสโซ่อีกครั้ง ในภาพที่เต็มไปด้วย ปริศนา และลึกลับ ที่ชื่อ "La Vie"
|