Artofcolour.com Home Painting Profiles Artists Gallery In-Depth Links Contact Us

Artofcolour | Content | Colour Light and Narrative


Colour Light and Narrative Raphael : The Alba Madonna El Greco Self Protrait The Sistine Madonna The Sistine Madonna
Click the Picture for Full Size Image .

  Raphael : The Alba Madonna C. 1510
El Greco : Self Protrait
Raphael : The Sistine Madonna (detail of genii) C. 1513-14
Raphael : Madonna&Child (The Small Cowper Madonna) C.1505

 
       การที่ภาพเขียนภาพหนึ่งจะมีลักษณะเฉพาะตัวหรือที่เราเรียกกันว่า "Style" ได้นั้นมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้สี เพียงอย่างเดียวไม่ แต่มันจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอีกมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ฝีแปรง เนื้อหาของภาพ เทคนิค และอื่นๆ อีกมากมายหลายอย่าง แต่องค์ประกอบที่สำคัญมากในงานศิลปะนั่นก็คือ "แสง" แสงในงานศิลปะนั้นมี มากมาย หลายแบบไม่ว่าจะเป็น Specific Light , Universal Light ,Reflection Light และอื่นๆ แต่เรา จะแบ่งแสงในงานศิลปะได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆให้เห็นได้อย่าชัดเจนก็คือ
       1 :   แสงที่เนียนเรียบ นุ่มนวล สมำเสมอและสงบนิ่งของ Raphael
       2 :   แสงที่วูบวาบตัดกันอย่างรุนแรงของความมืดกับความสว่าง และ เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวในแบบ Mannerist ของ El Greco
       ถ้าจะนิยามคำว่าแสงของ Raphael นั้นก็จะนิยามได้ว่าแสงแบบ Universal Light และแสงของ El Greco นั้นก็ จะนิยามได้ว่าแสงแบบ Specific Light
       แสงแบบ Universal Light ก็คือแสงที่กระจายทั่วไป โดยแสงนั้นจะส่องมาจากทุกทิศทาง และแสงนั้นจะ กระจายได้ทั่วทั้งหมด การที่แสงกระจายทั่วนี้ทำให้เงามืดทั้งหลายจะกลายเป็นแสงสว่างขึ้นมาแทน
       แสงแบบ Specific Light ก็คิอแสงที่ส่องเฉพาะที่ซึ่งมันจะตรงกันข้ามกับแสงแบบ Universal light อย่างสิ้นเชิง ที่มาของแสงแบบนี้นั้นจะมาจาก แหล่งกำเนิดแสงเพียงแหล่งเดียวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัตถุที่ถูกกระทบ ถ้าแสงนี้ อยู่ในสถานที่ที่ไม่ใช่กลางแจ้งต้นกำเนิดแสงก็จะมาจากหน้าต่าง เตาผิง แต่ถ้าที่กลางแจ้ง แสงก็จะมา โดยตรงจากดวงอาทิตย์ โดยไม่ผ่านเมฆหมอกมาบดบังซึ่งแสงแบบนี้นั้น จะทำให้เกิดภาพที่มีความตื้นและลึก เป็นอย่างมาก

The Adoration of the shepherds        จากภาพ The Adoration of the Shepherds นี้มันจะแสดงแสงแบบ Specific light ให้เราได้ยังเห็นได้ชัดเจนมาก นี่เป็นงานของ El Greco ซึ่งเขาได้วาดภาพนี้เป็นเรื่องราว ของความปลื้มปิติ ดีใจ ของการประสูติของพระกุมารเยซูเจ้า ภาพนี้นั้นอยู่บนเพดานของโบสถ์ San Domingo el Antiguo ที่เมือง Toledo ประเทศ Spain ซึ่งโบสถ์แห่งนี้นี่เอง ยังเป็นที่ฝังศพของ El Greco อีกด้วย ลักษณะงานของ Greco นั้นเขาจะจับเอาความรู้สึก ทางจิตวิญญานของพวกคาธอลิกที่ต่อต้านการปฏิรูปทางศาสนา (Counter-Reformation ) ด้วยการเขียนภาพฉากปฏิหารทางศาสนาในงานชิ้นนี้ ก็เช่นเดียวกันเขาใช้ฉากที่อยู่ภายในถำ ที่มืด ใช้แสงที่เหนือจริงผิดธรรมชาติ ร่างคนที่ยืดยาว กล้ามเนื้อที่บิดเกร็งรูปทรงที่บิดเบือน และพื้นที่ว่างกับความลึกในภาพนั้นถูกบีบอัดเข้ามาจนแบนตื้นทุกอย่างในภาพนั้นจะดูมีอารมณ ์ที่รุนแรง และเคลื่อนไหว ลักษณะทั้งหลายในงานของ Greco นี้มันแสดงได้ถึงจิตวิญญาน และลักษณะของศิลปะในแบบ "Mannerist Art" ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบ
       Mannerist Art คืออะไร ? ถ้าศิลปะแบบ Renaissance มีรูปแบบที่เต็มไปด้วยความสงบนิ่ง มั่นคง และมีแสงที่ส่องสมำเสมอเนียนเรียบไปทั่วทั้งภาพ ทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยความสมดุล และได้ดุลยภาพแล้วล่ะก็ สิ่งที่ศิลปะแบบ Mannerist เป็นก็คือ สิ่งที่ตรงข้ามกับคำว่า Renaissance อย่างสิ้นเชิง ศิลปะแบบ Mannerist นั้นได้ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วง ศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เชื่อมต่อระหว่างยุค Renaissance กับยุค Baroque และยังมีเหตุผลทางศาสนาเข้ามามีส่วนด้วยนั่นคือการ Reformation นั่นเอง ดังนั้นรูปแบบ ศิลปะ Mannerist จึงเต็มไปด้วยความตึงเครียด ยุงยาก ซับซ้อน สับสนอย่างที่เราเห็นได้ในงานของ El Greco นั่นเอง

       ภาพ The Alba Madonna ของ Raphael ที่นับได้ว่าเป้นงานระดับ Master ที่แสดงให้เห็นถึงแสงแบบ Universal Light ได้อย่างชัดเจนและสวยงาม เราจะเห็นได้ว่าแสงของภาพนี้และองค์ประกอบต่างๆนั้นจะมี ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับภาพ The Adoration of the Shepherds ของ เอล เกรคโก Raphael นั้นเขาได้ชื่อว่าเป็นศลปินที่แบบฉบับ ของยุค High Renaissance ทั้งนี้เพราะ Raphael ได้รับอิธฃทธิพล จากศิลปินชั้นเยี่ยมมามากไม่ว่าจะเป็น Da Vin Ci , Michealangelo แต่สุดท้ายแล้วนั้น Raphael ได้เลือกรับเอา สิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับตัวเขามากที่สุดมาใช้ ซึ่งสิ่งที่เหมาะสมกับ Raphael นั้นก็คือความ Classic ของศิลปะ Greek นั่นเอง ทั้งนี้เพราะ Raphael นั้นได้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลา ที่เรื่องราวเกี่ยวกับความ คลาสสิคโบราณกำลังได้รับความนิยมในแวดวงผู้ทรงปัญญาในเวลานั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Raphael จะเป็นศิลปินที่ทำงานในแนว Greek Classic มากที่สุดในยุคนั้น
       ในภาพนี้ของ Raphael นั้นเราจะเห็นแสงที่ส่องสมำเสมอ (Universal Light ) นุ่มนวล สงบเงียบ และ แสงจะกระจายไปทั่วทั้งภาพแม่พระของเขานั้นจะไม่เหมือนกับภาพแม่พระของศิลปินคนอื่นๆคือ ภาพแม่พระของเขาจะมีลักษณะเฉพาะตัวตรงที่ ทิวทัศน์ของ Raphael นั้นจะเต้มไปด้วยบรรยากาศ ที่สงบเงียบ เบาบางและบอก ถึงระยะทางที่ลึกไกลออกไปโดยที่เขาจะไม่แสดงรายละเอียด แสงเงา อารมณ์ ให้กับทิวทัศน์ที่เป็นฉากหลังเลย ทั้งนี้เพราะว่า Raphael ต้องการที่จะเน้นภาพของแม่พระที่อยู่ด้านหน้า ให้เด่นชัดเจนขึ้นมานั่นเอง การที่ Raphael สร้างทิวทัศน์ได้อย่างสวยงามและสงบเงียบนั้นส่วนหนึ่ง อาจมาจาก การที่ Raphael นั้นเกิดที่เมือง Urbino ในประเทศ Italy ซึ่งเป้นเมืองเล็กๆที่มีทิวทัศน์ ที่สวยงาม สงบเงียบอ่อนหวานนั่นเอง




| What is Colour? | Fresco Technique | Colour&light&Narritive | Leonardo's Naturalism |
| The Venetian school | Chiaroscuro | Painting with light | Impressionism | Expressionism
| Picasso's changing palette | Matisse's pure Colour | Abstract | Pop Art |
 
Web Recommend : Pattaya Hotels | Thailand Hotels
Thailand Hotels : จองที่พัก, โรงแรม, รีสอร์ท (กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, พัทยา, กระบี่ ฯลฯ)   Thailand Hotels Directory | Thailand Golf Courses
 
Copyright   © 1999-2000 DB.Design   All Rights Reserved
Commercial use is prohibited. Please read our terms of use.
Webmaster : Pasakon@Artofcolour.com    ICQ : 20927041