ถ้าจะมีคำถามขึ้นมาว่า "แสงในภาพศิลปะของชาติใดที่มีความสวยงามที่สุด ?" ผมว่านักประวัติศาสตร์ ศิลปะ
ทั้งโลก คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าประเทศ "Holland" ถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็คือศิลปินชาว Dutch นั่นเอง และ
ศิลปินที่วาดรูปโดยใช้แสงที่อาบอิ่ม ไปทั่วทั้งภาพก็คือ Vermeer เขาเกิดในเมือง Delft ถ้าจะว่าไปแล้วการที่
ศิลปินชาวดัช วาดภาพที่มีแสงที่งดงามได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากภูมิประเทศของ ประเทศ Holland เองเป็น
ภูมิประเทศที่รับแสงอาทิตย์ที่งดงาม ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งนั่นเอง
จริงๆแล้วงานของ Vermeer จะมีความเป็น Realism มาก ทั้งทางด้านของแสง และเนื้อเรื่อง เฉกเช่น
เดียวกับศิลปินชาวดัชคนอื่นๆ ที่พยายามเขียนภาพให้เหมือนจริงที่สุด ซึ่งศิลปินชาวดัชก็จะเขียนภาพจากสิ่งที่อยู่
รอบตัวของพวกเขานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวัน ชีวิตในครอบครัว Vermeer ก็เช่นกันภาพเขียนของ
Vermeer ที่เป็นฉากภายในบ้านของเขานั้น จะมีแสงส่องเข้ามาทางหน้าต่างทางด้านข้าง ซึ่งแสงที่ส่องมาแบบนี้
นั้น เขาได้รับอิทธิพลมาจาก Caravaggio นั่นเอง แต่แสงของ Vermeer จะแตกต่างจากแสงของ Caravaggio ก็คือ
Vermeer จะใช้แสงเพื่อสร้างรูปทรงเป็นหลักสำคัญ
Vermeer นั้นเขาเขียนภาพด้วยเทคนิคที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง นั่นก็คือ เทคนิคประเภทแตะแต้มโดยสร้าง
รูปทรงขึ้นมา ด้วยการแต้มสีที่สดใส ให้ความบริสุทธิ์งดงามกับพื้นที่เล็กๆของภาพ นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิค
ลงสีแบบเคลือบซ้อนตรงกัน ตรงนั้นตรงนี้ และมีที่เหลื่อมกัน ทำให้ภาพออกมาดูใส มีการเปลี่ยนแปลงวรรณะของสี
ไปต่างๆนาๆ ทำให้สามารถมองลงไปถึงพื้นผิวได้ และยังมีการใส่สีขาวทึบตัดกับ สีเคลือบใสๆ เพื่อช่วยเน้นให้แสง
ที่ส่องกระทบวัตถุสว่างจ้าขึ้นมา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในงานของ Vermeer นั้นก็คือ เขาใช้แสงเป็นเครื่องมือในการ
แสดงรูปลักษณ์ภายนอกของจิตวิญญาณภายใน ที่เราจะสัมผัสได้ในงานของเขาแถบทุกชิ้น
The Head of a Girl ภาพนี้เป็นภาพลูกสาวของ Vermeer เธอสวมผ้าโพกศรีษะแล้ว กำลังทีจะ
เหลียวหลังมา ในขณะที่ลำตัวของเธอนิ่ง ส่วนบริเวณปากของเธอนั้น ขยับราวกับจะเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมา ลูกสาวของ
Vermeer คนนี้มีชื่อว่า Maria เธอมีชีวิตได้แค่ 11 ปีก็เสียชีวิต เราจะเห็นว่าภาพนี้พื้นหลังจะมืดมากแต่ตรงบริเวณ
เสื้อผ้าจะสว่างขึ้นมา ด้วยการใช้สีที่สว่างขึ้นมา เครื่องแต่งกายที่ Maria ใส่นี้เป็นชุดในสมัยปี 1660'S ซึ่งเป็นชุด
ของ การสงครามในสมัยอณาจักร Ottoman Empire แต่สิ่งที่ยังบ่งบอกความเป็น Vermeer อยู่ก็คือ การใช้
แสงที่อาบอิ่ม การลงสีเคลือบซ้อนเหลื่อมลำกัน เพื่อให้ภาพออกมาดูใส สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่ทำให้งานของ Vermeer
นั้นออกมาดูสงบนิ่ง มั่นคง อบอุ่นได้อย่างไม่เหมือนใคร
ภาพ Maid Pouring Milk ป็นภาพสตรีทำงานบ้านประจำวันธรรมดา แต่ด้วยการแสดงออก ที่ตรงไปตรงมา
ปราศจากอารมณ์ใดๆ แต่ถ้าจะพิจรณาในอีกแง่มุมหนึ่งเราก็จะพบได้ว่า ภาพนี้ก็จะเต็มไปด้วยความเป็นระเบียบ
สงบมั่นคง เหมือนจริงอย่างเด่นชัด แสงในภาพนั้นจะซึมซับแสงที่นุ่มนวล เช่นเดียวกับบรรยากาศรอบข้าง ส่วนใน
ตัวสิ่งของที่เป็นโลหะนั้น ก็จะสะท้อนแสงจ้าออกไป นอกจากนี้ Vermeer ยังมีการลงสีขาวทึบตัดกับสีเคลือบใสๆ
เพื่อช่วยเน้นให้แสงที่ส่องกระทบวัตถุนั้นสว่างจ้าขึ้นมา เราจะเห็นว่าเทคนิคต่างๆ เฉพาะตัวของ Vermeer นี้แสดง
ให้เห็นว่า เขาได้จัดการกับสิ่งของต่างๆ ในภาพเขียนของเขาได้หรูหรา น่าชมเพียงใด
Vermeer นั้นเขาจะเน้นความสำคัญของการจัดภาพ โดยให้รูปทรงต่างๆ สัมพันธ์กันด้วยดี อีกทั้งยังให้สีที่
แตะแต้มลงไปดูใสและสวยงาม ในด้านองค์ประกอบศิลป์ของ Vermeer ก็ไม่เหมือนใครอีก เช่น การวางรูป
สี่เหลี่ยมผืนผ้าเข้าเป็นกลุ่มให้ได้ดุลย์ แบบหนักไปข้างหนึ่ง จึงสามารถสร้างความรู้สึกเคลื่อนไหวที่ละเมียดละไม
ขึ้นมาได้
เราจะเห็นได้ว่าทุกๆเชดสีที่ Vermeer ใช้ Composition ที่จัดวางในแบบเฉพาะตัว ของเขา เนื้อหาในภาพ
(subject matter) ที่เต็มไปด้วยความเรียบง่าย แสงที่อาบอิ่ม ไปทั่วทั้งภาพ และสายตาในการมองเห็นภาพที่เป็น
เอกลักษณ์ของเขานั้น มันทำให้งานทุกชิ้นของ Vermeer นั้นแสดงออกมาถึงความรู้สึก สงบนิ่ง มั่นคงและสื่อถึง
จิตวิญญาณภายในออกมาได้ โดยที่ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นในภาพทั้งหมด ถูกสร้างขึ้นด้วยแสงที่สุดแสนจะวิเศษ
อย่างแท้จริง จนมีมักประวัติศาสตร์ศิลปะบางคนถึงกับพูดไว้ว่า "ถ้าอยากจะดูงานของ Vermeer อย่างเข้าใจและ
ทะลุปุโป่งนั้น ต้องดูด้วยความสงบเงียบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้" และคุณก็จะเห็นและเข้าถึงสิ่งที่ Vermeer ต้องการ
จะบอกในงานของเขานั่นเอง