| |
Edvard Munch เขาเป็นผู้บุกเบิกศิลปะ Expressionism คนสำคัญ ภาพรูปคนกำลังหวีดร้องนี้ (The
Scream) เป็นส่วนหนึ่งของความคิด "Frieze of Life" ของเขา ซึ่งก็คือความคิดในเรื่องของครรลองชีวิต
ทั้งในเรื่องของความรัก และความตาย ภาพนี้ Munch ได้แรงดลใจมาจากตอนที่เขาเดินอยู่ที่ชายทะเลแห่งหนึ่ง
ในยามที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน และขณะนั้น Munch เองไม่สบายเจ็บป่วยและเหน็ดเหนื่อยมาก โดยที่บรรยายกาศ
รอบข้างนั้นชวนให้รู้สึกหดหู่ กดดัน เมฆมืดครึ้มตกลงมาตำปกคลุมไปทั่ว ความรู้สึกกดดันและความรู้สึกเจ็บปวดนี้
Munch ถ่ายทอดออกมาด้วยการใช้ที่ แสดงความเจ็บปวด รูปทรงที่บิดเบี้ยว สับสน ยุ่งเหยิง เส้นที่หมุนวนทำ
ให้ดูแล้วรูสึกเวียนศรีษะ เส้นทะแยงมุมที่เป็นราวสะพานนั้นได้สร้างให้ Perspective ที่บิดเบือนไปทั่วทั้งภาพ
สีแดงกับสีม่วงอมนำเงินที่ตรงกันข้ามนี้ ได้ถูกนำมาผสมกัน ซึ่งการผสมกันของสีนี้นี้บวกกับองค์ประกอบต่างๆ
ที่กล่าวมามันทำให้ภาพนี้ กดดันทั้งประสาทตาที่ดูแล้วรู้สึกเวียนศรีษะ กับโสทประสาทของหูที่ต้องรับฟังเสียง
กรีดร้องที่ดังมาก ซึ่งทั้ง 2 โสทประสาทนี้ ถูกดึงเข้ามาเชื่อมโยงกันอย่างที่ไม่ค่อยมีใครเคยทำมาก่อนทั้งนี้ เพราะ
ว่างานศิลปะของ Munch นั้นเขาได้ให้ความสำคัญกับเนื้อหา และเพียรคิด ค้นคว้า ทดลองหารูปทรงที่แปลกมา
ใส่ในภาพของเขา เพื่อให้ได้ภาพที่คนดูอย่างเรา แถบจะได้ยินเสียงหวีดร้องออกมาจากภาพนี้เลยทีเดียว
ภาพ Murnau with Church นี้เป็นงานของ Kandinsky เป็นภาพทิวทัศน์ของเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในแคว้น
บาวาเรียใต้ Kandinsky เลือกใช้เมืองนี้เป็นเนื้อหาของภาพ แต่เขาได้เก็บความเหมือนจริงเอาไว้แต่เพียงเล็กน้อย
เท่านั้น เขาใช้สีและฝีแปรงที่เป็นอิสระ และฉลับพลัน มากกว่าจะนึกถึงคำนวณอะไรให้ถูกต้อง แม่นยำ โดยบางแห่ง
ยังปล่อยพื้นกระดาษแข็งให้ว่างไว้ ไม่ลงสีปิดหมด แต่เมื่อมองดูภาพนี้แล้วก็ยังเห็นเป็นยอดแหลมของโบสถ์ กับแนว
หมู่บ้านที่อยู่ทางด้านซ้ายอยู่บ้าง การใช้สีที่ปล่อยๆเป็นอิสระกับแนวลาดเอียงลาดชันของบ้านคน ทำให้เกิดพลังผลักดัน
เคลื่อนไหว แม้จะดูเหมือนว่าศิลปินทำภาพไปด้วยความฉลับพลันทันทีด้วยสัณชาตญาณก็ตามที แต่กระนั้นการใช้สีก็
ได้ดุลกันดีระหว่างสีขาวกับสีนำเงินที่ปรากฏอยู่ในที่ต่างๆ ถือได้ว่าเป็นภาพที่เก็บบรรยากาศภูมิประเทศ และหมู่บ้านได้
สดชื่นในรูปแบบที่ใกล้จะเป็นภาพนามธรรมแท้ๆอยู่แล้ว ซึ่งแนวทางการแสดงออกระหว่างเส้น สี และพื้นที่ว่างเช่นนี้
ต่อมามันได้พัฒนา และส่งอิทธิพลให้กับศิลปะแบบ Abstract Expressionism
ภาพ First Abstract Watercolor เป็นภาพสีนํ้าของ Kandinsky ที่เป็นภาพสีนำแบบ Abstract
Expressionism ครั้งแรกที่เกิดขึ้น Kandinsky เขียนภาพนี้ โดยแดงรูปทรงและเส้น สีที่ตัดซ้อนกันอย่างกระฉับ กระเฉง
เป็นภาพที่ดูไม่เหมือนอะไรที่เป็นจริงที่อยู่ในโลกเลยทั้งสิ้น Kandinsky ยังใช้ดนตรีเป็นแนวทาง ที่จะนำ
ศิลปะออกไปสู่ การแสดงออกแบบใหม่ ที่จะพัฒนาต่อไปตามแบบ Abstract Expressionism เขายึดถือ
จิตวิญญาณ ที่สอดคล้อง หรือขัดแย้งที่แสดงออกมาทางเส้น สี และพื้นที่ว่าง (space) จังหวะเคลื่อนไหว
(movement) โดยไม่แสดงเลยว่าเหมือนกับอะไรในโลกจริงๆ
|
|