| |
สีเฟรสโกของในอดีตที่เป็นสีเฟรสโกแท้ๆนั้นมันเกิดขึ้นในประเทศอิตาลี โดยศิลปินชั้นยอดชาวฟลอเรนซ์
(Florentine) ที่ชื่อจ๊อตโต (Giotto) และ มาซัสโช (Masaccio) ซึ่งงานสีเฟรสโก (fresco) ในสมัยโบราณนั้น
จะไม่ได้ วาดบน canvas แต่ะวาดบนผนังหรือ เพดานของโบสถ์ซึ่งเทคนิคการผสมสี เฟรสโกในสมัยโบราณนั้น
มีความยากลำบากมากคือการผสมสีต้องใช้สีผสม กับนํ้าแล้วก็ต้องทำการวาดลงบนปูนพลาสเตอร์บนผนังหรือ
กำแพงโบสถ์ที่ต้องการจะวาดและที่สำคัญคือต้องทำการวาดในขณะที่พื้นผิวของปูนพลาสเตอร์นั้นยังคงเปียกอยู่
หริอยังหมาดๆอยู่ การทำปูนปาสเตอร์ (plaster) นั้นจะทำโดยการใช้ปูนขาว ทราย หรือผงของหินอ่อนนำมา
ผสมกัน ที่สำคัญ ปูนขาวที่ใช้นั้นจะต้องนำไปตากให้แห้ง มิฉะนั้นแล้วจาทำให้เกิดการตกผลึกของพื้นผิวของ
สีเฟรสโกซึ่งจะทำให้เกอดฟองอากาศเกิดขึ้นที่ผื้นผิวและพื้นผิว ก็จะไม่เรียบ ซึ่งวิธีการที่ยุ่งยากนี้เองทำให้ศิลปิน
ต้องทำงานด้วยความอยากลำบาก
ข้อเสียของสีเฟรสโกนั้นคือเมื่อผ่านกาลเวลามาตัวปูนขาวที่เป็นส่วนผสมหลักของสีเฟรสโกนั้น มันจะทำปฏิกริยา
กับสารเคมีในอากาศซึ่งจาทำให้เนื้อสีเฟรสโกนั้นหมองคำและดู ซีดจางลงไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับงานของ
Michelangelo ที่ Sistine Chapel ณ. กรุง Vatican นั่นเอง
ถ้าพูดถึงสีเฟรสโกเรา ก็ต้องนึกถึงชื่อของศิลปินชาวฟลอเรนซ์ที่ชื่อ Giotto เฉกเช่นเดียวกับศิลปินคนอื่นๆ
ในสมัยก่อน Giotto ก็ทำงาน ที่ยังมีเนื้อหาผูกผันกับศาสนางานที่สำคัญมากของ Giotto นั้นก็คืองานเขียนสีเฟรสโก
ที่โบสถ์ อะรีนา (Arena Chapel) ที่เมืองปาดัว (Padua) ซึ่งเป็นภาพที่มีเนื้อหาเกี่ยวกาพชีวิตของ
พระเยซูคริสตร์ตั้งแต่ต้นจนจบตามพระคัมภีร์ไบเบิ้ล (Bible) แต่งานเขียนเกี่ยวกับศาสนาของ Giotto นั้นได้
แตกต่างจากศิลปินร่วมสมัยคนอื่นๆในสมัยนั้น กล่าวคือผลงานของ Giotto นั้นเขาได้ใส่สิ่ง แปลกใหม่เข้าไปใน
ภาพเขียนของเขาคือ Giotto ได้ใส่อารมณ์ความรู้สึก ของมนุษย์ที่สุดแสนจะธรรมดาให้กับรูปนักบุญ ซึ่งจะแตกต่าง
กับภาพเกี่ยวกับศาสนาในสมัยนั้นมากเพราะศิลปินส่วนใหญ่ในเวลานั้นจะเน้นให้ภาพนักบุญ และพระเยซูเจ้ามีอารมฌ์
และลักษณะที่เหนือกว่ามนุษย์ปถุชนทั่วไป ซึ่งตรงจุดนี้นี่เองที่ Giotto ถือได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มทำในสิ่งใหม่ที่ยังไม่มี
ใครทำเลยในสมัยนั้นและเขายังได้เป็นแบบอย่างให้ศิลปินรุ่นต่อๆมาในสมัยเรอเนอซองค์ (Renaissance)
ได้ทำตามและพัฒนางานในเรื่องการทำภาพคนนี้ต่อไป
|
|
ภาพคนในงานของ Giotto นั้นจะมีลักษณะที่เหมือนจริงแต่เขาจะตัด
รายละเอียดออก จนเหลือสิ่งที่สามารถแสดงออกได้อย่างหนักแน่นตรงไปตรงมา ร่างคน
จะดูใหญ่โตอยู่ตรงด้านหน้า โดยที่พวกฉากด้านหลังเช่นทิวทัศน์นั้นเขาจะไม่เน้นมากนัก
ในด้านการจัด Composition ในงานของ Giottoนั้นเขาจะวางร่างคนให้ดูมีลักษณะ
ใหญ่โตอยู่ทางด้านหน้าสุดของภาพโดยที่ฉากหลังนั้นจะเป็นเพียงตัวสนับสนุนบุคคลในภาพ
เท่านั้นที่น่าสนใจก็คือการวางรูปคนในงานของเขานั้นจะมีการวางอากัปกิริยาให้เข้ากับ
สิ่งแวดล้อมในภาพมากขึ้น ซึ่งการวาง Composition แบบนี้ในสมัยนั้นถือได้ว่าก้าวหน้า
เป็นอย่างมาก
|
 |
|