| |
What is Impressionism ? ชื่อของศิลปะแบบ Impressionism ก็ได้มาจากภาพที่ชื่อ Impression
Sunrise นี้ของ Monet นั่นเอง ศิลปะในแบบ Impressionism ได้ปฏิวัติรูปแบบของการใช้สีที่แหวกแนวโดย
ยึดเอาหลักทฤษฏีของท่าน Sir Isacc Newton ในเรื่องของแสงสีขาว ที่ส่องผ่านแท่งแก้วปริซึม แล้วกระจายสี
ออกมาเป็นสีรุ้งหลากสี แต่ศิลปิน Impressionism ได้นำเอาทฤษฏีนี้มาใช้ในทางกลับกัน นั่นก็คือ การกระจาย
แสงออกมาก่อน แล้วให้ตาคนดูผสมสีต่างๆ หรือที่เราเรียกกันว่า "Optical Mixture" นั่นเอง เอาเองดังนั้นการ
ใช้สีของศิลปินกลุ่ม Impressionsm นี้จะต้องคำนึงว่าวัตถุกับสิ่งแวดล้อม นั้นต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกสิ่ง
ทุกอย่างมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน สะท้อนแสงสีและเงาใส่กัน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ศิลปิน Impressionsm
ส่วนใหญ่ชอบที่จะออกไปวาดภาพกลางแจ้ง เพื่อที่จะได้บันทึกบรรยากาศที่มีแสงสะท้อนจากสิ่งต่างๆที่อยู่รอบข้าง
ทำให้เกิดเป็นสีสันหลายหลายขึ้น ณ.เวลานั้น และ เมื่อภาพที่ศิลปินเห็นนั้น เกิดจากแสงมากระทบตาพวกเขา
จึงใช้วิธีแตะแต้มสีชิดๆกันไป ให้เหมือนกับแสงสะท้อนจากใบไม้ ผิวนํ้า และกลุ่มเมฆ นอกจากนี้ยังมีทฤษฏีของ Eugene
Chevreul ในเรื่อง "หลักการประสานกันและตัดกันของสี" เข้ามาร่วมด้วย จากทฤษฏีของ Eugene นี้ทำให้ศิลปิน
Impressionsm อย่าง Monet ได้รับรู้ว่าเงาของสิ่งต่างๆเป็นสีตรงข้ามของสิ่งนั้นการที่ใช้ทฤษฏี
Optical mixture มาใช้ในการแตะแต้มสีลงบนผืนผ้าใบ นี้ทำให้ได้สีที่มีความเข้มสดขึ้นมากกว่าเดิมที่มีการ
ผสมสีบนจานสี โดยถ้าศิลปินใช้สีตรงข้ามมาแตะแต้มไว้ชิดๆกัน ถ้าแต้มเป็นบริเวณกว้างพอจะช่วยส่งให้เกิด
ความเข้มข้นซึ่งกันและกัน
ศิลปะ Impressionism นั้นจะมุ่งเน้นถึงการวาดภาพที่จับซึ่งสายตาสัมผัสรับรู้ในช่วง ณ.เวลานั้น และ เป็น
ช่วงเวลาที่ฉับพลัน และจะมีการแยกแยะสีที่จะเข้ามาประกอบกันเข้าเป็นแสงที่ส่องต้องสิ่งต่างๆ ทำให้เกิดพื้นผิวภาพ
ที่เต็มไปด้วยสีสันที่แปรเปลี่ยนเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งและศิลปิน
Impressionism ที่ทำงานในรูปแบบนี้ก็มี Monet และ Renoir ส่วนศิลปินอย่าง Manet และ Degas
นั้นจะ ทำงานในแบบ Impressionism ในอีกแง่มุมหนึ่งซึ่งจะกล่าวถึงในโอกาศต่อไป
ทฤษฏีเรื่องการมองเห็นสีของ Eugene Chevreul
Eugene Chevreul เขาเป็นนักเคมีชาวฝรั่งเศส ผู้คิดค้นทฤษฏีที่มีผลโดยตรงกับศิลปะ Impressionism เขาเขียนหนังสือ
ชื่อ "The Principles of Harmony and Contrast of colours, and their
application to the Arts " โดยมีทฤษฏีที่สำคัญว่า "สีที่อยู่ใกล้เคียงกัน จะส่งอิทธิพลซึ่งกันและกัน ส่วนสีที่อยู่สีเดียวจะปรากฏ
Optical Mixture ขึ้นมา Eugene กล่าวไว้ว่าถ้าเรามองดูแถบสี 2 แถบ พร้อมๆกันซึ่ง 2 แถบนั้นอาจจะเป็นสีเดียวกัน
แต่ต่างนำหนัก หรือจะเป็นนำหนักเดียวกันแต่ ต่างสีถ้าเรานำมาวางชิดกันจะพบว่า
1 สายตาจะมองเห็นเป็นสีเดียวกันนั้นมีความเข้มขึ้น
2 สายตาจะทำการผสมสีที่ต่างกันเข้าด้วยกัน
ตามที่ Eugene พูดไว้นี้ อธิบายได้ว่า ถ้านำสีอ่อนมาวางชิดกับสีแก่ สีอ่อนนั้นจะดูสว่างขึ้น และสีแก่นั้นจะมืดลง
ทฤษฏีของ Eugene นี้อาจพอสรุปได้ว่าเป็นเรื่องของ "หลักการประสานกัน และตัดกันของสี" นั่นเองซึ่งทฤษฏีนี้
ส่งผลให้ Monet, Renoir นำมันมาใช้ในงานเขียนของเขาทั้งสอง ซึ่งมันก็ทำให้ภาพของเขามีการพัฒนาขึ้น
อย่างมากในเรื่องการใช้สีนั่นเอง
|
|