| |
ถ้าพูดถึง Da vin Ci แล้วนั้นหลายคนก็อดที่จะนึกถึงภาพ Mona Lisa ของเขาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
นั้นไม่ได้ แต่มีน้อยคนนักที่จะเข้าใจภาพนี้ได้อย่างถ่องแท้ ภาพ Mona Lisa นี้นั้นเป็นที่ถกเถียงกันมากว่า บุคคล
ในภาพนั้นเป็นใคร Vasari นักประวัติศาสตร์ศิลปะคนสำคัญของอิตาลีสมัย Renaissance บอกว่า บุคคล
ในภาพก็คือ ภรรยาของนายธนาคารในตะกูล Giocondo แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้ภาพนี้เป็นที่โด่งดัง
ไปทั่วโลก เพราะในภาพนี้มีอะไรที่น่าสนใจมากกกว่านั้น
สิ่งที่โดดเด่นมากของ Da vin ci ในภาพนี้ก็คือ การสร้างปริมาตรรูปทรงของสตรีด้วยแสง และ เงาที่นุ่มเบา
ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงบริเวณใบหน้าที่มีความนุ่มนวลมาก สิ่งที่ Leonardo ทำได้เช่นนี้นั้น
เขาได้ใช้เทคนิคศิลปะการเจือผสานสี ซึ่งก็คือสีนำมันโดยเขาให้เงาเข้ามาผสานกับแสงที่นุ่มๆ แบบ Universal
Light ให้สีสันของทุกสิ่งในภาพ หม่นมัวลง ส่วนบริเวณทิวทัศน์ในส่วนเบื้องหลังของภาพนั้นก็จะเป็นทิวทัศน์ที่ดู
ลี้ลับพิศวงราวกับว่าเป็นไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้
What is sfumato ?
ถ้าพูดถึงงานของ ดาวินชี่ แล้วนั้นเราก็ต้องพูดถึงคำว่า "สฟูมาโต" (sfumato) ทั้งนี้เพราะ
เทคนิคสฟูมาโตนี้มี ความสำคัญ เกี่ยวพันกันกับงานของ Da vin Ci มาก
sfumato เป็นวิธีการแสดงออกอย่างหนึ่งของ ศิลปิน Italy ในยุค Renaissance
ในช่วงศตวรรษที่ 16-17
คำๆนี้ทำให้เรานึกถึงภาพของ "ม่านควัน" ที่ศิลปินนำเอาความคิดมาใช้ในงานศิลปะ โดยการผสมผสาน สี แสง
เงาให้นุ่มนวล มีคนให้คำนิยามคำว่า "สฟูมาโต" นี้มากมาย แต่เราสามารถแยกนิยามที่สำคัญของคำๆนี้ ได้ดังนี้คือ
1 แสงและเงาที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปอย่างนุ่มนวล ภายในรูปทรงของวัตถุเพียงอย่างเดียว
2 ขอบเขตที่นุ่มเบากับเส้นรอบนอกที่มัวระหว่าง สิ่งต่างๆ เช่น ระหว่างร่างคนกับฉากหลัง
3 สิ่งที่มองดูไม่ชัดเพราะอยู่ไกล
แต่จากบันทึกในหนังสือ NoteBook ของ Da vin Ci ในเรื่อง "สฟูมาโต" ที่พอมีอยู่บ้าง ทำให้เราพอได้รู้
ความคิดของเขาในเรื่องนี้ว่า สฟูมาโตใขแบบของ Leonardo นี้จะเป็นการแปรสังเกตุการณ์ ให้มาเป็นรูปแบบ
ที่มีหลักการสอดคล้องกับ อากาศในธรรมชาติ ทำให้เกิดอะไรซึ่งคล้ายกับม่านควันเมื่อใส่ลงในภาพ การทำสี
ีทั้งหลายให้หม่นลง และทำขอบนอกที่คมชัดให้มัวลงจึงเป็นหลักการของรูปแบบ สฟูมาโต เพื่อที่จะได้แสดงวัตถุที่อยู่
ในระยะไกล มีตอนหนึ่งในหนังสือบันทึกของ da vin ci กล่าวไว้ว่า อย่าลืมเขียนภาพให้ขอบนอกดูมัวเหมือนควัน
(Smoky contour) อย่าให้ดูคมชัดและแข็ง แล้วก็ทำภาพที่อยู่ในส่วนไกล้สายตาคนดูที่สุด ให้ละเอียดชัดเจน
ควรให้สิ่งที่อยู่ฉากหลังประกอบด้วย โดยให้มีเส้นรอบนอกที่คมชัด ส่วนที่อยู่ไกลออกไปก็ควรทำให้เรียบร้อย
แต่ต้องให้ขอบแนวต่างๆ เบาบางคล้ายควัน นั่นก็คือ ทำให้ขอบแนวที่เห้นได้ชัดเจนน้อยลง
Sfumato ของ Leonardo นั้นเป็นการที่เขาสังเกตุการณ์ ในธรรมชาติ อากาศในธรรมชาตินั้นทำให้เกิด
อะไรที่คล้ายๆ กับม่านควัน เมื่อนำมาใส่ลงในภาพดังนั้นเมื่อสีของวัตถุ ต่างๆในภาพมาพบกับ Sfumato สีของวัตถุ
เหล่านั้นก็จะหม่นมัวลง สิ่งที่ Leonardo นำเอาเทคนิค Sfumato มาใช้กับภาพเขียนของเขานั้นคือ เขาใช้
Sfumato มาสร้างอารมณ์ให้เกิดกับภาพ ผลที่ได้ก็คือความรู้สึกที่เป็นปริศนา ซ่อนเร้น ลึกลับ และเต็มไปด้วย
ความเศร้าอย่างที่เราจะเห็นได้ในงานของ Leonardo ในหลายๆภาพของเขานั่นเอง
|
|