Artofcolour | Painting Profiles | Profiles No. 2 : Bar at the Folies - Bergere


            Bar at the Folies - Bergere ภาพนี้นั้นเป็นภาพสุดท้ายที่ Manet วาดก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลงในวันที่ 30 เมษายน ค.ศ.1883 ก่อนที่ Manet จะเสียชีวิตนั้นเขาได้ถูกตัดขาซ้ายออก ซึ่งทำให้เกิดอาการเน่าเปื่อยจนเสียชีวิตในที่สุด ภาพนี้ถือ ได้ว่าเป็นงาน Impressionism ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดภาพหนึ่งที่ Manet เคยวาดมาเลยทีเดียว เราจะมาดูกันเลยว่า ภาพนี้นั้น มีความโดดเด่นตรงไหนบ้าง
          ถึงแม้ Manet จะถือได้ว่ามีความคิดก้าวหน้า และ เป็นผู้ที่บุกเบิกปฏิวัติให้กับศิลปะแบบ Impressionism มากเพียง ใดก็ตาม แต่งานของเขาก็ยังติดอยู่กับอิทธิพลของศิลปินในอดีต ซึ่งเราจะเห็นได้จากงานของเขาไม่ว่าจะเป็นภาพ "Luncheon on the grass" ในปี 1863 ที่รับอิทธิพล จาก Titian ในภาพ "Pastoral Symphony" ส่วนภาพ "OLYMPIA" ของ Manet ในปี 1863 ก็ได้รับอิทธิพลมาจาก ภาพ "Venus of Urbino" ของ Titian อีกเช่นกันจนทำให้ศิลปิน Impressionism อย่าง Degas ที่เป็นเพื่อนของ Manet พูดไว้ว่า "เมื่อใดที่ Manet จับพู่กันเขาจะต้องมีอิทธิพลของศิลปิน ในอดีต อยู่ด้วย" และจากจากบทความของ Baudelaire, Charles Pierre ( นักเขียนคนสำคัญในสมัยนั้น ) ในหนังสือที่ชื่อ "Painting of Modern Life" ที่ว่า "ศิลปินไม่ควรวาดภาพคนในสมัยนั้นโดยที่ สวมเสื้อผ้าของบุคคลในอดีตแต่ควรจะเขียน ภาพที่ใช้เสื้อผ้าร่วมสมัยของผู้คนในสมัยนั้นๆ"
          และแล้วในช่วงปี ค.ศ. 1887 - 83 ถือเป็นช่วงที่สำคัญมากในงานของ Manet ซึ่งมันเป็นปีแห่งการเริ่มต้นทำงานใน ลักษณะรูปแบบใหม่ๆของ Manet นั่นเอง นั่นก็คือ Manet สามารถทิ้งอิทธิพลของศิลปินในอดีตออกได้หมด งานของเขา ในช่วงนี้เขาจะวาดภาพเกี่ยวกับชีวิตสมัยใหม่, ใช้เสื้อผ้าร่วม สมัยซึ่ง Manet ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า "เขาไม่สามารถที่ จะวาดภาพผู้หญิงในสมัย Second Empire ได้อีกแล้วแต่เขาจะวาดได้แต่เพียงฉากชีวิตในสมัย Third Empire เท่านั้น"

  ภาพทางขวา เป็นการ์ตูนล้อเลียน (Caricature) ภาพ Bar at the Folies-Bergere โดยที่นักวิจารณ์ศิลปะตั้งข้อ สังเกตไว้ว่าเกิดความ ผิดพลาดในภาพนี้เกิด ขึ้นกล่าวคือ รูปผู้ชายที่เป็นลูกค้าคนที่ใสหมวก นั้นหายไปไหน ซึ่งในภาพการ์ตูนนี้ก็ได้แสดง รูปผู้ชายที่ใส่หมวกไว้ด้วยเพื่อบอกให้รู้ว่าภาพ ที่ถูกต้องนั้นควรมีลักษณะเช่นในการ์ตูนนี้ Bar at the Folies - Bergere
Manet : Bar at the Folies - Bergere C. 1882
 

         และภาพ "Bar at the Folies - Bergere" นี้ก็เป็นงานในรูปแบบใหม่ของ Manet ด้วยเช่นกัน งานในช่วง นี้ Manet จะสนใจวาดภาพเกี่ยวกับฉากชีวิตใน Cafe ซึ่งมันเป็น ชีวิตสมัยใหม่ในกรุง PARIS ขณะนั้น โดย Manet นั้นจะวาด ภาพโดยที่จับเอา Character ของคนทำงานในสถานบันเทิงยาม คำคืนในสมัยนั้นซึ่งก็คือ Cafe ต่างๆนั่นเอง สิ่งที่ Manet จับเอา มาวาดก็คือความยากลำบาก ความเน็ดเหนื่อยของคนทำงานใน Cafe ซึ่งลักษณะงานของ Manet แบบนี้เรียกว่า "Naturalist Series" กล่าวคือ เป็นการวาดภาพชีวิต ประจำวันของผู้คนในกรุง Paris สมัยต้นๆของสมัย Third Republic นั่นเอง
         ลักษณะงานรูปแบบใหม่ของ Manet นั้นในที่สุดเขาก็ได้ทำงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด และก้าวหน้ามากนั่นก็คือภาพ Bar at the Folies - Bergere นี้ Folies - Berge're เป็นชื่องของ Cafe Concert ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุง PARIS ในสมัยนั้น ซึ่ง Manet ได้ไปที่ Cafe แห่งนี้แล้วก็ได้ทำการ Sketches เก็บ รายละเอียดต่างๆอย่างคร่าวๆ ภายใน Cafe แห่งนี้ แล้วก็กลับ มาวาดที่ Studio ของเขาอีกที Manet วาดภาพใน Cafe นั้นจะมี ความแตกต่างกับงานของ Degas ตรงที่ Degas นั้นจะเลือกวาด นักดนตรี หรือนักแสดง แต่ Manet นั้นจะวาดพนักงานบริกร หญิงอย่างเช่นผู้หญิงในภาพนี้เธอชื่อ Suzon ก็เป็นพนักงาน เสริฟที่ทำงานใน Bar แห่งนี้ด้วยเช่นกัน ในภาพนี้จะมีขวด Champagne ยี่ห้อ "Creme de Menthe" และมีขวดเบียร์ยี่ห้อ "Charrington" ซึ่ง Manet เองชอบวาด Still Life เหล่านี้ใส่ เข้าไปในงานหลายๆชิ้นของเขา ซึ่ง Manet จะวาด Still Life ต่างๆ ด้วยฝีแปรงที่รวดเร็วและชำนาญเป็นอย่างมาก นอกจาก นี้แล้ว Manet ยังใส่ภาพของเพือนๆของเขาเข้าไปในภาพนี้ด้วย เราจะเห็นผู้ชายที่ใส่หมวก ที่ยืนอยู่ตรงหน้า Barmaid หญิงคนนี้ ซึ่งเราจะเห็นเขาได้ในกระจกที่สะท้อน ใบหน้าเขาออกมาเขาชื่อ "Gaston La Touche" ซึ่งก็เป็นจิตรกรด้วยเช่นกัน ส่วนใน บริเวณ Background ด้านหลังเราจะเห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีขาวและใส่ถุงมือสีเหลือง คนที่เอาข้อศอกท้าวที่ระเบียงนั้น เธอเป็นนัก แสดงสาวที่ชื่อ "Jeanne Demarsy" ใน Cafe นี้ยังมี การแสดงกายกรรมห้อยโหนให้ดูด้วย เราจะสังเกตุเห็นได้จาก ทางด้านขอบมุม ซ้ายด้านบนสุดของภาพที่ถูก Cut Off ออกไป ซึ่งเป็นรูปของเท้าคนที่ใส่รองเท้า สีเขียวกำลังลอยตัวแสดงกายกรรมอยู่
         เราจะเห็นได้ว่าลักษณะผู้หญิงของ Manet ในงานช่วงแรกๆ นั้นใบหน้าของผู้หญิง จะเป็นใบหน้าที่แสดงความท้าทาย กล้า หาญมั่นใจ แต่ใบหน้าผู้หญิงในงานช่วงหลังๆ เช่นในภาพนี้ ใบ หน้าผู้หญิงจะแสดงถึงความตรากตำในชีวิตมากขึ้นในเรื่องของการใช้แสง Manet ก็ก้าวหน้ามากโดยที่ เขาใช้แสงแบบ "Artificial Light" นั่นก็คือแสงจากหลอด ไฟฟ้านั่นเอง การจัด Composition ก็ทำได้อย่างชาญฉลาดมาก โดยที่เขาแสดงบรรยากาศ ต่างๆภายใน Cafe และสร้าง Perspective โดยวิธีที่ใช้กระจกเงาสะท้อนสิ่งต่างๆออกมา ได้อย่างชาญฉลาด และในภาพนี้ยังมี Technique ที่ Manet คิดขึ้นมาเองนั่นก็คือ เทคนิคที่เรียกว่า "Peinture Claire" ซึ่งเป็นเทคนิคการใช้สี ที่ก้าวกน้ามากและเทคนิคนี้ ยังได้ถูกเอาไปใช้ปรับปรุงในงาน ของศิลปิน Impressionism คนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Morisot และ Gonzales




| What is Colour? | Fresco Technique | Colour&light&Narritive | Leonardo's Naturalism |
| The Venetian school | Chiaroscuro | Painting with light | Impressionism | Expressionism
| Picasso's changing palette | Matisse's pure Colour | Abstract | Pop Art |
 
Web Recommend : Thailand Travel | Thailand Hotels
Thailand Hotels : จองที่พัก, โรงแรม, รีสอร์ท (กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, พัทยา, กระบี่ ฯลฯ)  
Thailand Hotels Directory
| Thailand Golf Courses
 
Copyright   ฉ 1999-2000 DB.Design   All right reserved
Commercial use is prohibited. Please read our terms of use.
Webmaster : Pasakon@artofcolour.com    ICQ : 20927041