| |
และภาพ "Bar at the Folies - Bergere" นี้ก็เป็นงานในรูปแบบใหม่ของ Manet
ด้วยเช่นกัน งานในช่วง นี้ Manet จะสนใจวาดภาพเกี่ยวกับฉากชีวิตใน Cafe ซึ่งมันเป็น
ชีวิตสมัยใหม่ในกรุง PARIS ขณะนั้น โดย Manet นั้นจะวาด ภาพโดยที่จับเอา
Character ของคนทำงานในสถานบันเทิงยาม คำคืนในสมัยนั้นซึ่งก็คือ Cafe ต่างๆนั่นเอง
สิ่งที่ Manet จับเอา มาวาดก็คือความยากลำบาก ความเน็ดเหนื่อยของคนทำงานใน Cafe
ซึ่งลักษณะงานของ Manet แบบนี้เรียกว่า "Naturalist Series" กล่าวคือ
เป็นการวาดภาพชีวิต ประจำวันของผู้คนในกรุง Paris สมัยต้นๆของสมัย Third
Republic นั่นเอง
ลักษณะงานรูปแบบใหม่ของ Manet นั้นในที่สุดเขาก็ได้ทำงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด
และก้าวหน้ามากนั่นก็คือภาพ Bar at the Folies - Bergere นี้ Folies - Berge're
เป็นชื่องของ Cafe Concert ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุง PARIS ในสมัยนั้น ซึ่ง
Manet ได้ไปที่ Cafe แห่งนี้แล้วก็ได้ทำการ Sketches เก็บ รายละเอียดต่างๆอย่างคร่าวๆ
ภายใน Cafe แห่งนี้ แล้วก็กลับ มาวาดที่ Studio ของเขาอีกที Manet วาดภาพใน Cafe
นั้นจะมี ความแตกต่างกับงานของ Degas ตรงที่ Degas นั้นจะเลือกวาด นักดนตรี
หรือนักแสดง แต่ Manet นั้นจะวาดพนักงานบริกร หญิงอย่างเช่นผู้หญิงในภาพนี้เธอชื่อ
Suzon ก็เป็นพนักงาน เสริฟที่ทำงานใน Bar แห่งนี้ด้วยเช่นกัน ในภาพนี้จะมีขวด
Champagne ยี่ห้อ "Creme de Menthe" และมีขวดเบียร์ยี่ห้อ "Charrington" ซึ่ง
Manet เองชอบวาด Still Life เหล่านี้ใส่ เข้าไปในงานหลายๆชิ้นของเขา ซึ่ง Manet
จะวาด Still Life ต่างๆ ด้วยฝีแปรงที่รวดเร็วและชำนาญเป็นอย่างมาก นอกจาก นี้แล้ว
Manet ยังใส่ภาพของเพือนๆของเขาเข้าไปในภาพนี้ด้วย เราจะเห็นผู้ชายที่ใส่หมวก
ที่ยืนอยู่ตรงหน้า Barmaid หญิงคนนี้ ซึ่งเราจะเห็นเขาได้ในกระจกที่สะท้อน
ใบหน้าเขาออกมาเขาชื่อ "Gaston La Touche" ซึ่งก็เป็นจิตรกรด้วยเช่นกัน ส่วนใน
บริเวณ Background ด้านหลังเราจะเห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีขาวและใส่ถุงมือสีเหลือง
คนที่เอาข้อศอกท้าวที่ระเบียงนั้น เธอเป็นนัก แสดงสาวที่ชื่อ "Jeanne Demarsy" ใน
Cafe นี้ยังมี การแสดงกายกรรมห้อยโหนให้ดูด้วย เราจะสังเกตุเห็นได้จาก ทางด้านขอบมุม
ซ้ายด้านบนสุดของภาพที่ถูก Cut Off ออกไป ซึ่งเป็นรูปของเท้าคนที่ใส่รองเท้า
สีเขียวกำลังลอยตัวแสดงกายกรรมอยู่
เราจะเห็นได้ว่าลักษณะผู้หญิงของ Manet ในงานช่วงแรกๆ นั้นใบหน้าของผู้หญิง
จะเป็นใบหน้าที่แสดงความท้าทาย กล้า หาญมั่นใจ แต่ใบหน้าผู้หญิงในงานช่วงหลังๆ
เช่นในภาพนี้ ใบ หน้าผู้หญิงจะแสดงถึงความตรากตำในชีวิตมากขึ้นในเรื่องของการใช้แสง
Manet ก็ก้าวหน้ามากโดยที่ เขาใช้แสงแบบ "Artificial Light" นั่นก็คือแสงจากหลอด
ไฟฟ้านั่นเอง การจัด Composition ก็ทำได้อย่างชาญฉลาดมาก โดยที่เขาแสดงบรรยากาศ
ต่างๆภายใน Cafe และสร้าง Perspective โดยวิธีที่ใช้กระจกเงาสะท้อนสิ่งต่างๆออกมา
ได้อย่างชาญฉลาด และในภาพนี้ยังมี Technique ที่ Manet คิดขึ้นมาเองนั่นก็คือ
เทคนิคที่เรียกว่า "Peinture Claire" ซึ่งเป็นเทคนิคการใช้สี ที่ก้าวกน้ามากและเทคนิคนี้
ยังได้ถูกเอาไปใช้ปรับปรุงในงาน ของศิลปิน Impressionism คนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
Morisot และ Gonzales
|
|