| |
The Judgment of Paris ภาพนี้เป็นภาพเกี่ยวกับเรื่องเทพนิยาย ที่รูเบนส์เขียนในช่วงเวลาที่รูปแบบศิลปะของเขา
พัฒนาอย่างเต็มที่ทำให้สามารถแสดงสัมผัสทางอารมณ์ได้ดียอดเยี่ยม ปารีสดูแลฝุงแกะอยู่บนเขาไอดา เมื่อ Hermes ขึ้นไป
หาเขาพร้อมด้วยไม้คทา กับหมวกเกาะที่เป็นปลีกนั้นได้พาเทพีสามองค์ขึ้นไปด้วยคือ Hera (ขวา) Venus (กลาง) Minerva
(ซ้าย) เพื่อให้ปารีสเป็นผู้ตัดสินความงาม ครั้นเมื่อปารีสมอบผลแอปเปิลแด่ เทพีวีนัสเป็นรางวัลสำหรับผู้ที่มีความงามเลิศกว่าใคร
กามเทพกับองค์จำแลงของความบาดหมางก็ปรากฎกายขึ้นในท้องฟ้า นกยูงของเทพีฮีรากรีดเสียงร้องใส่สุนัขพันทางของปารีส
เทพีเนอร์วาเหลียวไปมองรอบๆด้วยท่าทางที่ยังไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ของเธอในครั้งนี้ และหัวใจของนางเมดุสาที่สะท้อนเงา
อยู่ในโล่ห์ที่แขวนไว้บนต้นไม้โดยให้นกฮูกของนางเฝ้าไว้นั้น กำลังเตือนว่า มิเนอร์วาอาจนำภัยมาให้
ในภาพจัดตัวคนไว้ 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือ ปารีสและเฮอร์มีส อีกกลุ่มหนึ่งคือเทพี 3 องค์ผู้มาประชันโฉมเพื่อจะได้ครอง
ผลแอปเปิ้ลที่ปารีสจะมอบให้ ตัวคนทั้งหลายเข้ากันได้กลมเกลียวกับพื้นว่าง บรรยากาศและทิวทัศน์ รุปทรง และท่าทาง ของคน
ดูปล่อยเป็นอิสระ ขณะเดียวกันก็กลมกลืนอยู่กับสีสันที่สวยงาม และแสง-เงาที่พริ้วไหว ใส และสวยงาม ได้แสดงอัจฉริยะภาพ
ของรูเบนส์ที่สามารถนำเอาเรื่องเทพนิยาย กรีก-โรมัน มาเขียนเล่าเรื่องไว้ในรูปแบบศิลปะ ของกลุ่มเวนิส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
Titian ด้วยฝีมือก้าวหน้าลํ้าสมัยใน ยุค High Renaissance จนกระทั่งได้เป็นรูปแบบบาร็อกของฟลันเดอร์
ที่โดดเด่นมาก
ในงานจิตรกรรมของรูเบนส์นั้นร่างคนจะมีความสำคัญมากที่สุด และจะเป็นแนวเรื่องหลักของศิลปะ
ของเขาตั้งแต่เรื่องศาสนาไปจนเทพนิยาย ตั้งแต่ประวัติศสาตร์ไปจนถึงภาพเหมือน ภาพร่างคนทั้งหมด
นั้นจะอิ่มเอิบน่าสัมผัส ขณะที่ฉากต่างๆ ก็จะประจุไปด้วยพลังเคลื่อนไหว รูเบนส์จะต่างจากศิลปินชาวดัทช์
คนอื่นๆคือ ศิลปินดัทช์ทั่วๆไปจะแสดงศิลปะของเขาออกมาทางแสงเท่านั้น แต่รูเบนส์กลับใช้รูปทรง
ร่างคน ของเขาที่มีคุณลักษณะราวกับมีชีวิตอย่างไม่มีใครทำได้เหมือน โดยใช้สีแดง สีส้ม และสีเหลือง
แสดงร่างคนได้อย่างดูมีชีวิตชีวาจริงๆ ผิวกายของร่างคนจะมีผิวเนื้อที่ดูเรื่อเรือง มีเลือดฝาดอย่าง
น่าประหลาด อีกทั้งมีการใช้ศิลปะในการเคลือบ (glaze) สีแต่ละชั้นจนได้ความรู้สึกถึงกระแสเลือด
ที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือดใต้ผิวกาย ซึ่งความรู้สึกในงานจิตรกรรมเช่นนี้มีมีแค่ Rubens เท่านั้นที่ทำได
|
|