| |
การกระทำของกลุ่ม DADA นี้ก็ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้นในวงการศิลปะ เช่น การแสดง
ศิลปะแบบใหม่ที่เรียกว่า Happening เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการแสดงศิลปะที่สั้นๆ ห้วนๆ
อย่างขาดเหตุผล หรือบางครั้ง อาจเรียกได้ว่าถึงขนาด บ้าคลั่งเลยทีเดียว
แต่ในทางความคิดนั้นเราถือได้ว่าพวกดาด้ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก กล่าวคือ
แนวคิดที่ว่า ไม่ให้เห็นคุณค่าสำคัญแก่งานศิลปะเฉพาะตรงผลงานที่ทำเสร็จออกมาแล้ว
แต่จะให้ไปมองที่ คุณค่าของขบวนการสร้างงาน มากกว่า ซึ่งรูปแบบความคิดเช่นนี้
ได้เป็นแนวทางให้กับศิลปินในการทำอะไรใหม่ๆออกมา
จากแนวความคิดที่กล่าวมาของกลุ่มศิลปะ ดาด้านั้น ภาพที่แสดงความคิดของกลุ่ม
ดาด้านี้อย่างเห็นได้ชัดก็คือภาพ L.H.O.O.Q. (Mona Lisa with Mustache and
Beard) ภาพนี้นั่นเอง ภาพ L.H.O.O.Q. นี้แสดงให้เห็นได้ชัด ถึงการต่อต้าน
ทำลายคุณค่าของศิลปะในอดีต ด้วยการเอาสำเนาภาพเขียนที่มีชื่อเสียงในสมัยเรอเนอซองส์ ของ
Leonardo Da Vin Ci มาเติมหนวด เติมเครา คำว่า L.H.O.O.Q. ที่เป็นชื่อภาพ
เมื่ออกเสียงเป็นภาษาฝรั่งเศส จะฟังดูคล้ายกับ คำว่า "Elle a chaud au cul"
และถ้าออกเสียง เป็นภาษาอังกฤษจะคล้ายคำว่า "LOOK"
จากแนวทางการทำงานศิลปะของ Duchamp ในลักษณะนี้ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า
อะไรคืองานศิลปะ และอะไรไม่ใช่ งานศิลปะ ? ซึ่งก็เป็นปัญหาที่ถกเถียงกันอย่างมาก
มีการตั้งข้อสังเกตุกันว่าสิ่งที่พวก DADA ทำนั้นถือเป็นงานศิลปะได้หรือไม่ แต่ Duchamp
ได้ให้มุมมองในเรื่องนี้ว่า "อะไรก็ได้ที่ศิลปินบอกว่ามันเป็นงานศิลปะมันก็ต้องเป็นงานศิลปะ
ตามที่ศิลปินบอก" และนี่ก็คือข้อสรุปข้อหนึ่งของศิลปะ DADA
เห็นไหมครับว่าศิลปะ ไม่ได้ดูอยากเหมือนที่ใครๆกลัว แค่คุณเชื่อตามคำพูดของ
ศิลปินอย่าง Duchamp คุณก็จะเข้าใจ ความเป็นศิลปะของเขาแล้ว
แต่ขอเตือนไว้หน่อยน่ะครับว่า คุณใช้ความคิดนี้ ดูได้เฉพาะงานของพวก DADA เท่านั้น
ห้ามใช้ความคิดนี้ไปดุศิลปะแนวอื่นเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นคุณจะปวดศรีษะมากยิ่งขึ้นเป็นแน่แท
|
|