| |
ในภาพนี้นอกจากภาพหุ่นนิ่งที่สมจริงแล้วคาราวัจโจ้ยังสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาแสดงความสัมพันธ์
กับอากัปกิริยาของเทพ ได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย โดยเขาจัดให้เทพแบคคุสองค์นี้ นั่งเอนตัวอยู่ด้วย ท่าทางที่เป็นแบบอุดมคติ (Antique
Pose) เป็นการจัดวางท่าทางที่มีการทำมาตั้งแต่สมัยก่อนหน้า เขามาแล้ว โดยเป็นที่นิยมในหมู่จิตรกรทางตอนหนือของอิตาลี
เช่นในเวนิสก็พบท่าทางการนอนเอนตัว เช่นนี้ได้บ่อยครั้งในบรรดารูปเทพีวีนัสของติเชื่ยนและจอร์โจเน่ อย่างไรก็ดีในงานชิ้นนี้
ก็ยังจะเห็นการทำกายวิภาคที่ผิดสัดส่วนอยู่ โดยจะเห็นได้จากไหล่ขวาที่เปลือยที่มีลักษณะใหญ่เกินสัดส่วนที่แท้จริง
จากการค้นพบใน ค.ศ.1983 ในบันทึกของบาจโลเน่ได้บันทึกไว้ว่า คาราวัจโจ้ได้ทำภาพนี้เป็นภาพแรกภายหลังจากที่
เขาไม่ได้ทำงานให้กับคาวาเลียร์ ดาร์พิโน่ ซึ่งก็น่าจะเป็นในช่วงค.ศ.1595-1596 และเป็นภาพที่เขาวาด ให้กับคาร์ดินัล เดล มอนเต้
แล้วต่อมา เดล มอนเต้ ก็มอบต่อให้กับเฟอร์ดินานโด้ เดอ เมดิชี่ (Ferdinando de' Medici) เป็นของขวัญ
ในส่วนของตัวเทพแบคคุสนั้น ก็มีหลักฐานว่าเป็น ภาพเหมือนของลิโอเนลโล่ สปาด้า ซึ่งก็เป็นคนเดียวกันกับในงาน A Concert of
Youths
จากการจัดวางท่าทางและใบหน้าของเทพที่มีสีออกแดงคล้ายกับลักษณะของผู้หญิง ก็เป็นการแสดงลักษณะความเป็น bisexual
ออกมาอีกครั้ง สำหรับการวาดผ้าที่ห่อหุ้มเทพ องค์นี้อยู่และมีบางส่วนที่นำมากองไว้ที่ข้างหลังนั้น
ก็จะเห็นได้ว่า เป็นอีกครั้งที่คาราวัจโจ้ใช้เทคนิค foreshortening ที่เขาได้รับอิทธิพลมาจากสกุลช่างเบรสชา โดยเฉพาะจิตรกรอย่าง
มอเรตโต้ (Moretto)โดยคาราวัจโจ้ได้นำมารวมเข้ากับการไล่น้ำหนักของสีที่เขาชำนาญในการทำภาพหุ่นนิ่ง ต่างๆ
จึงทำให้ได้รอยยับ ที่สมจริง ขณะที่การให้แสงที่ส่องลงมาในภาพแล้วทำให้ได้ผลที่ทำให้ภาพ เหมือนถูกหยุดนิ่งอยู่ในชั่วขณะนั้น
ก็ดูจะได้รับอิทธิพล จาก มอโรนี่ ซึ่งเป็นจิตรกรใน เบรสชาเช่นกัน และการวาดเทพแบคคุสที่มีลักษณะ bisexual
และมีการสวมมงกุฏที่ศีรษะ โดยมีตา ที่ครึ่งปิดครึ่งเปิดเช่นนี้ ก็ดูจะเป็นการทำตามลักษณะเทพแบคคุสในคำบอกเล่าของของ โลมาสโซ่
ซึ่งโลมาสโซ่นี้เป็นเพื่อน ของเปแตร์ซาโน่ ที่เป็นอาจารย์คนแรกของ คาราวัจโจ้อีกด้วย โดยที่บางที่คาราวัจโจ้อาจจะเคยได้อ่านหนังสือ
หรือได้ยินคำบอกเล่า ของ โลมาสโซ่มาก่อน แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานชิ้นนี้ก็ได้
งานของ Caravaggio ในช่วงแรกๆดังเช่นในภาพนี้พอจะสรุปลักษณะผลงานของเขาในช่วงแรกนี้ได้ว่าเขาทำภาพหุ่นนิ่ง
ที่สมจริง , มีการใช้เทคนิค foreshortening มาแสดงความเคลื่อนไหวต่างๆ และมีการนำลักษณะร่วมสมัยต่างๆ มาแสดงไว้ในภาพ
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ถาดผลไม้ บุคคลต่างๆที่เขารู้จักโดยลักษณะทั้งหมดนี้ถูกจัดอยู่ในบรรยากาศภายใน
ภาพที่เริ่มแสดงให้เห็นว่ามีพื้นที่อยู่ภายในซึ่งมีผลให้รูปทรงต่างๆเริ่มมีปริมาตรที่หนานูนขึ้น และรวมเข้ากับการให้พื้นหลัง
ของภาพที่มืดครึ้มซึ่งส่งผลให้มีแสง-เงาที่เริ่มจะตัดกัน ก็ดูจะเป็นลักษณะของผลงานในช่วงแรกนี้ของเขา ก่อนที่จะมีการพัฒนา
ต่อไปในช่วงที่เขาได้ทำงานทางด้านศาสนา
|
|