| |
ในเรื่องของการจัด Composition ในภาพนี้นั้นได้จัดวางรูปบุคคลต่างๆ ในภาพเป็นรูปปสามเหลี่ยมแบบ
Pyramid โดยมีเจ้าหญิง Infanta เป็นจุดศูนย์กลางภาพของคนในภาพทั้งหมด จะถูกนำมาอัดแน่นกันไว้ที่ด้านหน้า
ของภาพ แล้วก็ใช้แสงเป็นตัวสร้างบรรยากาศและ Perspective ในภาพให้เกิดขึ้นกล่าวคือ แสงในภาพนี้นั้นจะ
สาดส่องไปทั่วห้องโถง ที่กว้างขวางภายในภาพ แสงสีเงินส่องลงมาต้องตัว คนในห้องอย่างสมำเสมอ ร่างคนที่ถูก
อัดไว้ฉากด้านหน้า จะได้รับแสงสว่างอย่างเต็มที่ ในขณะที่คนที่อยู่ในฉากด้านหลังกลับถอยลึกเข้าไป หลบในเงามืด
ด้านหลังสุดของภาพมีรูปมหาดเล็กเดินผ่านมา ยังกรอบประตูด้านหลังพอดีซึ่งก็เป็นการบอกถึง Pespective
ที่ลึกเข้าไปในภาพ ส่วนบริเวณตัวของศิลปินเองทางด้านซ้ายยืนอยู่ในจะใช้ แสงที่มืด แสงของ Velazquez
จะต่างจากแสงของ Vermeer ก็คือ Vermeer จะให้แสงนั้นอาบอิ่มทั่วไปทั้งห้องโดยให้แสงนั้นเข้ามาทาง
ด้านหน้าต่างด้านข้าง แต่ Velazquez นั้นจะไม่ใช้แสงไปทั่วทั้งภาพแต่ จะเขาปล่อยให้ฉากด้านหลังนั้นมืด
การใช้สีในภาพนี้ Velazquez จะใช้สีที่มีวรรณะที่อุ่นขึ้นซึ่งเป็น ลักษณะที่เห็นได้ชัดในงานช่วงระยะหลังๆ
ของเขามีการทิ้งรอยฝีแปรงไว้ในบางส่วนของภาพ โดยไม่ได้เก็บรายละเอียดให้เรียบร้อยไว้ ซึ่งก็ทำให้ศิลปิน
หัวก้าวหน้าอย่าง Manet เห็นแล้วชอบใจเป็นอย่าง มากถึงกับนำไปใช้ในงานของตนเอง และภาพนี้ก็ยังส่งอิทธิพล
ให้กับ Goya จิตกรชาว Spain อีกคนหนึ่งด้วย
Velazquez นั้นเขาถือได้ว่าเป็นผู้วางรากฐานแนวความคิดให้กับ ศิลปะในราชสำนักของ Spain ทั้งนี้ก็เพราะ
รูปแบบงานของเขามี ลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีที่ละเอียดละออ ในการสร้างรูปทรงต่างๆ
ในภาพให้กลืนกลายเข้ากับบรรยากาศที่มีสี เทาเข้ม จางต่างๆกัน การทิ้งฝีแปรง การวาดภาพกษัตริย์ที่ไม่เน้นให้
พระองค์ของกษัตริย์ให้ใหญ่เด่นกว่าบุคคลอื่น ซึ่งถือได้ว่าแปลกใหม่ และไม่มีใครเคยทำมาก่อนในสมัยนั้น , การแสดง
ภาพบุคคลสะท้อน ออกมาผ่านกระจกเงา สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ภาพ Las Meninas ของ Velazquez ภาพนี้
เป็นงานระดับ Masterpieces ชิ้นสำคัญ อีกชิ้นหนึ่ง ของโลกเลยทีเดียว
|
|