| |
ก่อนที่เราจะมาทำความรู้จักกับศิลปะที่เรียกกันว่า Pop Art นี้ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจสภาพสังคม
ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในช่วงเวลานั้นกันก่อน เพื่อที่จะได้เห็นภาพว่า วัฒนธรรม Pop culture นี้มันเกิดขึ้นมาได้
อย่างไร กล่าวคือ ในช่วงสงครามโลกครังที่ 2 เป็นต้นมา วิถีชีวิตของสังคมอเมริกันได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก
ความเป็นสังคมเมือง อุตสาหกรรมที่ขยายตัว ทำให้ให้สังคมอเมริกันก้าวเข้าสู่สังคมแบบทุนนิยม อย่างเต็มตัวก็ว่าได้
ค่านิยม แบบบริโภคนิยม และ วัตถุนิยมก็เกิดขึ้นโดยอัติโนมัติตามระบบทุนนิยม ซึ่งก็ส่งผลให้สินค้าในท้องตลาดๆมี
มากมาย หลายชนิดขึ้น เกิดการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างมากมาย เกิดป้ายโฆษณาสินค้าขนาดใหญ่ ขึ้นทั่วเมือง
ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เช่นที่ New York มีป้ายโฆษณาของแสงไฟ Neon เต็มไปหมด และในเวลาต่อมาได้เกิด
สงครามเวียดนามขึ้น ทำให้ผู้คนในอเมริกาแบ่งแยกออก เป็น 2 ฝ่ายคือ กลุ่มที่เห็นด้วยกับสงครามครั้งนี้ และก็กลุ่ม
ที่ต่อต้านไม่เห็นด้วยกับสงครามเวียดนาม ทำให้เกิดการเดินขบวนต่อต้านกันทั่วสหรัฐ สังคมอเมริกันช่วงนี้เต็มไปด้วย
ความแตกแยก สับสน จนในที่สุดอมริกาก็ประกาศถอนตัวออกจากสงครามเวียดนาม โดยที่สหรัฐเป็นฝ่ายแพ้ในการทำ
สงครามครั้งนี้ ผลของการทำสงครามครั้งนี้ทำให้เกิดวิกฤตการทางเศรษฐกิจในอเมริกาเกิดขึ้น เศรษฐกิจของสหรัฐ
ช่วงนั้น ตกตํ่ามาก ข้าวของแพง เงินเฟ้อ สังคมอเมริกันช่วงนั้น ไม่เคยมีข่าวดีอะไรเลย ผู้คนเต็มไปด้วยความสับสน
บีบคั้น
แต่ในขณะเดียวกันนี้เอง แวดวงบันเทิงในสมัยนั้นคึกคักมาก ทั้งศิลปินที่เกิดขึ้นมาใหม่ และศิลปินที่เป็นตำนาน
กระแสความคลั่งไคล้ศิลปินอย่าง Elvis Presley, The Beatles, Marilyn Monroe และคนอื่นๆอีกมากมาย
จากบรรยากาศ และสภาพของสังคมอเมริกันที่เต็มไปด้วยความตรึงเครียดขนาดนี้ มันก็ได้ส่งผลให้งานศิลปะ
มีการเปลี่ยนแปลง จากที่ผู้คนนิยมงานในแบบ Abstract ที่ต้องใช้จินตนาการ ความคิด ความฝัน อย่างสูงในการชม
งานประเภทนี้ ความนิยมนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนไป กล่าวคือผู้คนหันมานิยมงานศิลปะที่มองเห็น สัมผัสได้ ในโลกของความ
เป็นจริงๆมากขึ้น กล่าวคือ ผู้คนหันมาสู่ความเป็นจริงกับมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ประจำวันต่างๆ ด้วยเหตุนี้เอง
ทำให้ศิลปะแบบ POP ART เกิดขึ้นมาสนองความรู้สึกของผู้คนในช่วงเวลานั้น โดยที่ศิลปินแนวนี้จะทำงานออกมา
แบบดูง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนโดยที่ศิลปินได้จับเอาสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว ในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ประจำวัน
ชีวิตประจำวัน บุคคลสำคัญๆ ในช่วงนั้น หรือแม้แต่สินค้าต่างๆใน Supermarket ศิลปินก็ยังนำมาใช้ในงาน ศิลปะ
เลย พูดง่ายๆ ก็คือ ศิลปินแนวนี้จะทำการบันทึกภาพบรรยากาศ ของสังคมในช่วงนั้น ในแง่มุมต่างๆ ไว้ในงานของเขา
โดยที่ศิลปินจะเน้นรูปแบบการทำงาน ที่ดูง่าย สัมผัสได้ เข้าถึงผู้คนแถบทุกระดับ หรือเราอาจเรียกศิลปะแบบ Pop Art
นี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า New Realism นั่นเอง
ศิลปินที่เด่นๆในกลุ่ม Pop Art นี้ก็มี Andy Warhol, Roy Lichtenstein ,Jasper Johns ,George Segal และ
คนอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
Andy Warhol (1928-87)
มีชื่อเดิมว่า "Andrew Warhola" เขาเกิดเมื่อวันที่ 28 September
1928 ใน Pennsyvania สหรัฐอเมริกา Warhol จบการศึกษาระดับ High School จาก Schenley High
School ที่ Pittsburgh ในปี 1945 และก็สมัครเข้าเรียนที่ Carnegie Institute of Technology
และจบการศึกษาในปี June ,1949 จากนั้นเขาได้ย้ายไปอยู่ที่ New York โดยร่วนแชร์อพาทเมนท์กับ Pearlstein
และที่ New York นี้เองเขาได้ เปลี่ยนชื่อตัวเองใหม่เป็น "WARHOL" และที่ NY นี้ Warhol ได้รู้จักกับ Tina
Fredericks ซึ่งเป็น art editor ของนิตยสารที่ชื่อ "Glamour Magazine" และก็ได้ทำให้ Warhol ได้เริ่มงานชิ้นแรก
ของเขาใน NY และภาพที่ประสบความ สำเร็จมากในช่วงเวลานี้ก็คือ ภาพ women's shoes
นอกจากนี้ Warhol ยังได้ออกแบบโฆษณาให้กับนิตยสารหลายๆฉบับ เช่น Vogue, Harper's Bazzar, book jackets,
และ holiday greeting cards จนกรทั่งในปี 1950s เขาได้เปลี่ยน Apartment ไปอยุ่ที่ East 75th Street
จนกระทั่งในปี 1952 Warhol ก็ได้มีโอกาศแสดงงานของเขาเป็นครั้งแรกที่ Hugo Gallery, New York
และในเดือนเมษายน ปี 1965 Warhol ได้ถูกรับเลือก ให้แสดงงานร่วมกับศิลปินคนอื่นๆที่ Museum of Modern
Art, New York และเขาก็ได้รับรางวัล The 35th Annual Art Directors Club Award ในปีนี้ และปีต่อมา
เขาก็ได้รับรางวัลเหรียญทองจาก 36th Annual Art Directors Club เป็นปีที่สองติดต่อกัน และจากรางวัลนี้เอง
ทำให้เรื่องราวและผลงานของ Warhol ถูกตีพิมพืลงในนิตยสาร Life Magazine ในบทความที่ชื่อ
"Crazy Golden Slippers"
|
|