The new log pearl lady breitling replica type using entirely by Rolex developed a new omega replicageneration of 3235-type movement, showing breitling replica superior level of precision timepieces. When Rolex case rolex replica again after assembly only replica watches uk COSC chronometer (COSC) tests, to replica watches ensure its accuracy in line with replica watches uk the standard type of labor, higher than the Swiss Observatory replica watches certification count twice. After assembled watches, methods and high-tech equipment will replica watches specialize in Rolex watches final accuracy of detection.
Artofcolour.com Home Painting Profiles Artists Gallery In-Depth Links Contact Us

Artofcolour | Content | Matisse's Pure Colour


Matisse's Pure Colour Portrait of Madame Matisse Dance (II) Self Portrait Harmony in Red
Click the Picture for Full Size Image .

  Henri Matisse : Portrait of Madame Matisse (Green Stripe)  C.1905
Henri Matisse : Dance (II)  C.1910
Henri Matisse : Self Portrait  
Henri Matisse : Harmony in Red (The Red Room)  C.1908


 
       " When I paint Green, it doesn't mean grass; When I paint blue,it doesn't mean sky."    นี่เป็นคำพูดขอ?Henri Matisse เอ?และจากแนวทางนี้เอง ที่มาตีสใช้ทำงานของเขา ทำให้เกิ? กลุ่มศิลปะที่ชื่อโฟฟ (Fauvism) ขึ้นมา ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปะกลุ่มแรกของคริสศตรววรษที?20 ที่ปฏิวัติ แนวคิดทา? ศิลปะอย่างรุนแรง โดยม?Henri Matisse เป็นผู้นำในศิลปะกลุ่มนี้
       Fauvism ศิลปะกลุ่มนี้เริ่มขึ้นในศตวรรษที?20 ซึ่งในตอนต้นศตวรรษที?20 นี?โลกศิลปะถูกครอบงำด้วยหลักการ การค้นคว้าในเรื่องลี้ลับทางจิตวิทยาของพว?Symbolist, หลักการของพวกนาบีส?(Nabis) ที่ล้วนเอาทฤษฎีต่างๆ ขอ?โกแก?(Gauguin), เซซา?(Cezanne) มาดัดแปล?มาตีสได้พยายามทดลองอะไรใหม่ๆ ในงานของเข? โดยที่พยายามจะหลุดพ้นจากแนวทาง กฎเกณฑ์ต่างๆ ของแวดวงศิลปะในขณะนั้น มาตีสได้หวนกับไปหาแนวทาง แล? หลักการใช้สีขอ?โกแก?(Gauguin), เซอราต?(Seurat), เซวา?(Cezanne), และแวนโก็ะห์ (Van Gogh) เคยใช้ นั่นก็คื?การใช้สีที่จงใจไม่ให้บรรยายลักษณะวัตถุใด?ในธรรมชาติเล?

       และแล้วมาตีสก็ได้นำเอาเทคนิคต่าง?ทั้งขอ?Signac, Cross, Gauguin, Van gogh, Seurat และศิลปิ? คนอื่น?ที่มาตีสเคยสัมผั?โดยเขาได้นำเทคนิคต่างๆ ของจิตกรเหล่านี้มาคิดค้น ดัดแปล?และหาแนวทางใหม่ๆ ให้กับ ตัวเขาเอ?และในที่สุ?ในปี?? 1905 มาตีสก็ได้ทำงานที่เป็นแบบฉบับของเขาออกมา นั่นก็คือภาพ "Green Stripe (Madame Matisse)"    ภา?Green Stripe นี้นั้นเป็นภาพ ภรรยาของมาตีสเอง มาตีสใช้สี ที่รุนแร?เด็ดขา?ใช้รูปทรงคร่าว?ง่าย?ขาดรายละเอีย?ซับซ้อ?ใช้สีที่สดตัดกันอย่างง่ายๆ ใบหน้าของภรรยา มาตี?ถูกสีเขียวสดข่มไว้หม?ส่วนสีที่ป้ายมาตั้งแต่ตีนผมจนจรดคา?ได้แบ่งใบหน้าออกเป็น 2 ซี?สีโต้ตอบกั? ไปมารุนแรงตลอดไปทั่ว ทั้งสองข้างของใบหน้าที่ถูกแบ่งออ?ในส่วนการใช้สีบริเวณฉากหลังของภา?มาตี? ได้อิทธิพลจา?โกแก็ง, ศิลปินกลุ่มนาบีส?(Nabis) และพวกกลุ่มศิลปิ?ซิมบอลลิสต?(Symbolist) ที่เคยกล่าวไว้ว่? "ศิลปินต้องเป็นอิสระจากกา?ใช้ส?สีที่ใช้จะไม่ต้อ? เหมือนอะไรในธรรมชาติ แต่สีเหล่านี?เป็นเพียงแค่เครื่องมือ ที่ช่วยสร้างรูปร่า? ของอะไรต่างๆ ขึ้นมาเท่านั้น เป็นสีที่นามธรรม (Abstract colour)"    ดังนั้นสีไม่น่าจ?ทำให้ดูเป็นรูปผู้หญิ?ต้นไม้ หรือภาพหุ่นนิ่งอะไ?ได้เลย แต่สีแบบนี้แหละที่เป็น โครงสร้างพื้นฐานหลักของภาพ
       ในการใช้สีของพวกโฟฟนี้ บางครั้งพวกเขาอาจแต้มสีลงไปเป็?บริเวณเล็ก?หรือเป็นแค่จุด?ที่ค้ายกับฝีแปรง ของพวกศิลปิน Neo-Impressionism แต่สีเหล่านี้จะเป็นสีที่จัดและรุนแรงกว่า โดยไม่คำนึงถึงทฤษฎีส? แต่องค์ประกอบศิลป์ในงานแบบโฟ?อาจจัดได้ด้วยลำพังแค่สีล้วนๆ ซึ่งดูแล้วอาจเป็นสัญลักษณ์มากกว่?เหมือนจริง ถึงแม้ศิลปินโฟฟจะเขียนภาพที่เป็น Objective World เช่น ภาพวิว ภาพค?ภาพหุ่นนิ่?แต่พวกโฟฟก็ทำสิ่งเหล่านี? ให้เป็?Abstract ด้วยการลงสีที่ไม่เหมือนกับธรรมชาติ การใส่สีจั?และสีสดๆลงไปเล?ซึ่งก็จะทำให้สีนั้นหมดหน้าที? ที่จะบอกว่?สีนี?สีนั้นคืออะไ??เวลานี?"สี" จะสื่ออะไรมากกว่าความเป็นส?
       ศิลปินโฟฟจะใช้สีสดล้วน?ในการแสดงระนาบ และแสดงวัตถุ ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ หรือไก?แม้แต่การให้แส?และเงา ก็เป็นบริเวณของสีสดๆทั้งสิ้น ซึ่งก็อาจเล่นสีร้อ?สีเย็นได?สีที่กลุ่มจิตรกรโฟฟใช้นี?มิใช่ใช้ตามที่ตาสัมผัส เห็น แต? จะใช้ไปตามอารมณ์ และความพอใจของศิลปินเอ?สีจัดๆ ที่สดใสสีหนึ่งจะอยู่เคียงกับอีกสีหนึ่ง เป็นฝีแปรงหลวม? ที่แต้มต่อตัดกันไป ให้เกิดพื้นผิวภา?ที่มีสีเพื่อแสดงอารมณ์ของสีในตัวของมันเองอย่างอิสร?มิใช่แสดงให้เห็นว่? คือของสิ่งใด เป็นการแสดงความพอใจในการเล่นสีของจิตรกรเอง การสร้างภาพให้แบนและให้ระนาบคุมเคลือนี? เป็นการหักเหออกจากหลักการเรื่อ?Perspective ในแบบสมัยเก่าๆ
       กลุ่มศิลปิ?Fauvism นี้ได้นำหลักการของจิตรกรในอดีตดังที่กล่าวมาแล้?แต่นำหลักการเหล่านั้นมาใช้ อย่างรุนแร?เด็ดขา?จนผ่านเลยผู้บุกเบิกแนวคิดนี้ไปไก?ทำให้สีมีบทบาท 2 อย่างควบกันไปคือ สีประสานกั?สร้างเค้าโครงของภาพขึ้นม?  พร้อมกับอีกหน้าที่หนึ่งคือ สีจะแสดงความรู้สึก ของสีออกมา
       แต่ถ้าเราจะมองกลุ่มศิลปินโฟฟ ในแง่การแสดงความรู้สึกออกมาแรงๆนั้?เราอาจเรียกศิลปินกลุ่มนี้ว่า เป็น Expressionism ในอีกรูปแบบหนึ่งก็ได?ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า อิทธิพลของโฟฟนี้ไปปรากฎในภาพเขียนสมัยใหม? ของพวก Expressionism ในประเทศเยอรมันที่อิ่มตัวเต็มที่ ในช่วง แรกๆ ของศตวรรษที่ 20 นั่นเอ?




| What is Colour? | Fresco Technique | Colour&light&Narritive | Leonardo's Naturalism |
| The Venetian school | Chiaroscuro | Painting with Light | Impressionism | Expressionism
| Picasso's changing palette | Matisse's pure Colour | Abstract | Pop Art |
 
Web Recommend : Pattaya Hotels | Thailand Hotels
Thailand Hotels : จองที่พั? โรงแรม, รีสอร์?(กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, พัทย? กระบี่ ฯล?   Thailand Hotels Directory | Thailand Golf Courses
 
Copyright   ?1999-2000 DB.Design   All Right Reserved
Commercial use is prohibited. Please read our terms of use.
Webmaster : Pasakon@Artofcolour.com    ICQ : 20927041