| |
มีคนเคยเรียก Venice ไว้ว่า "Queen Of the Sea" ซึ่งคำพูดนี้นั้น ก็ไม่ได้เกินเลยไปจากความเป็นจริงเลย
แม้แต่น้อย ทั้งนี้เพราะ Venice เป็นอณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่บนทะเล Mediterrnean ซึ่งมีอำนาจ
ครอบคลุมจาก Istri ถึง Crete และ Cyprus ทำให้ Veniceเองเป็นเมืองที่มีความรำรวยและมีอำนาจมากที่สุด
ของประเทศ Italy ในสมัยศตวรรษที่ 16
นอกจากนี้แล้ว Venice เองยังเป็นเมืองท่าค้าขายที่สำคัญที่สุดในสมัยนั้น ไม่ว่าประเทศใดๆ ก็ต้องมาค้าขายที่
Venice และ Venice ก็มีสินค้าจากทั่วโลกเข้ามาทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันที่นี่ เช่น พวกเครื่องเทศ ผ้าไหม
และสินค้าแปลกๆ อีกมากมาย จากโลกตะวันออกและมันก็รวมถึง " สี " ที่ศิลปินใช้วาดรูปด้วย และด้วยเหตุนี้เอง
ที่ทำให้ศิลปินจาก Venice ใช้สีได้ก้าวหน้ามากกว่าศิลปินจากที่อื่นๆ ความก้าวหน้าในเรื่องการใช้สีนี้เองทำให้
เกิดรูปแบบการใช้สีที่เราเรียกกันว่า Venetian School ขึ้นมานั่นเอง
ศิลปินชาว Venice ในศตวรษที่ 16 นั้นจะมีชื่อเสียงมากในเรื่อง การใช้สีที่งดงามละลานตาเป็นอย่างมาก
ในขณะที่ผู้ชายชาวชนบทในแคว้นTuscany นั้นจะวาดภาพโดยใช้สีที่สว่างเพียงสีเดียว โดยไม่มีการเกลี่ยผสมสี
ต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยจะแยกสีโดยการใช้เส้นขอบแนวที่คมชัดเป็นตัวแบ่งแยกความต่าง ระหว่างสี ในขณะที่
ศิลปินเวนิสนั้น จะผสมสีให้มีความหลากหลายโดยไม่สนใจกับเส้นขอบแนว ที่คมชัดเลย
การที่ศิลปินชาว Venice ใช้สีได้อย่างหลากหลายนั้น มันเกิดจากการที่เมือง Venice เองเป็นเมืองท่าที่มีความ
สำคัญอย่างมากในสมัยนั้น โดยมีการนำเข้าและส่งออกสินค้าต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะดป็นพวกเครื่องเทศ อัญมณี
เครื่องหอมและสีย้อมจากทางฝั่งตะวันออกของทะเล Mediterranean สิ่งต่างๆเหล่านี้นี่เองทำให้จิตรกรชาว Venice
ได้มีโอกาศในการเลือกสีที่หลากหลายขึ้น ส่งผลให้จิตรกรได้พัฒนางานของตัวเอง ในเรื่องการใช้สีได้ดี
จากความก้าวหน้าในเรื่องการใช้สีนี้เอง ทำให้งานของจิตกรชาวเวนิสนั้น มีลักษณะงานที่โดดเด่นมีรูปแบบเฉพาะตัว
จนเกิดสกุลช่าง หรือ รูปแบบที่เรียกกันว่า Venetian School ขึ้นมาโดยรูปแบบ Venetian School นี้มีลักษณะการใช้
สีที่โด่น คือ มีการผสานสีเล่นฝีแปรง ซึ่งถือว่าก้าวหน้ามากในช่วงเวลานั้น ทำให้จิตรกร Venice ได้ชื่อว่าป็นจิตรกรแบบ
"Painterly Painting" หรือจิตรกรเล่นสีนั่นเอง และศิลปินที่เป็นผู้นำในด้านนี้และเป็นต้นแบบของศิลปิน Venetian School
ก็คือศิลปินที่ชื่อ "Titian" นั่นเอง
สำหรับในภาพ Danae นี้นั้นเป็นงานช่วงท้ายๆของ Titian ซึ่งเป็นงานที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
ในภาพนี้มีอะไรหลายอย่าง ที่แหวกแนวและก้าวหน้ามากในช่วงเวลานั้น จุดสำคัญที่สุดในภาพนี้ ก็คือ รูปแบบ
ศิลปะแบบ Baroque ได้ริเริ่มขึ้นแล้วในงานชิ้นนี้ เราจะเห็นได้ว่าท่านอน ของ Danae กับหญิงชราในภาพนั้น
ทั้งสองร่างมีทิศทางในแนวเฉียงไปเฉียงมา ตัดกับแนวลำแสงที่สาดส่องลงมาจากเบื้องบน อีกทั้งยังตัดกับแนวตั้ง
ของม่านที่อยู่บนขอบภาพ กับก้อนหินที่เธอหนุนพิง การใช้ฝีแปรง จะใช้ฝีแปรงที่กกว้างแตะแต้มสีที่หนาๆ เป็นอิสระ
ซึ่งลักษณะงานในภาพนี้นั้น บอกถึงรูปแบบ Venetian School ได้เป็นอย่างดี
|
|