| |
มีคำถามต่างๆเกิดขึ้นมากมายที่เกี่ยวกับคำว่าสี (Colour) สีคืออะไร ? คำถามนี้ คือคำถาม
ในแง่ของ วิทยาศาสตร์ และอีกคำถามก็คือ รูปแบบของสีในงานศิลปะนั้นมีอะไรบ้าง ? นี่คือคำถาม ในทางศิลปะ (Art)
ทั้ง 2 คำถามนี้เอง ที่มีคำตอบในตัวของมันเอง กล่าวคือธรรมชาติได้สร้างแสงสีให้กับโลก แต่มนุษย์ได้นำสี ที่ธรรมชาติ
ให้มานั้น มาสร้างสรรงานศิลปะที่งดงามให้กับโลก โดยผ่านมือของศิลปิน (Artist) นี่เป็นการผสมผสานที่น่าทึ่ง ของ
วิทยาศาสตร์ (Science) กับศิลปะ (Art) ได้อย่างไม่มีที่ติ
สี (Colour) คืออะไร ไม่มีคำว่าสี (Colour) ที่แท้จริงในธรรมชาติ เพราะสีนั้นมีมากมายหลายเชดสี
ในธรรมชาติ มันขึ้นอยู่กับว่า ความกว้างของคลื่นแสงที่ตกกระทบพื้นผิวนั้นๆ ได้ตกกระทบแล้วสะท้อนเข้าดวงตา
ของเรา เป็นความกว้างเท่าไหร่ ในแสงสีขาวของดวงอาทิตย์นั้น จะประกอบไปด้วยสีต่างๆมากมาย ซึ่งเราจะ สามารถ
เห็นสีเหล่านั้นได้ ก็ต่อเมื่อแสงอาทิตย์นั้น ได้เดินทางผ่านแท่งทรงปริรามิด (Glass Prism) ซึ่งเมื่อแสงอาทิตย์ผ่าน
แท่งแก้วปริซึม แล้วแสงนั้น จะแยกสีได้ออกเป็นทั้งหมด 6 เชดสีคือม่วง, นำเงิน, เขียว, เหลือง ,แสด, แดง โดยมีสีม่วง
เป็นช่วงของแสงที่มีความกว้างของคลื่นแสงนั้นสั้นที่สุด แล้วในขณะเดียวกันก็มีสีแดง เป็นช่วงของแสงที่มีความกว้าง
ของคลื่นแสงนั้นยาวที่สุด
เมื่อมีการผสมผสานเชดสีที่มีอยู่ในธรรมชาติเป็นครั้งแรก นั่นก็คือการสังเคระห์แสง (Chlorophyll ) ของต้นไม้
ในธรรมชาตินั่นเอง การผสมสีของธรรมชาตินี้เองที่ได้จุดประกาย และให้มนุษย์ได้สรรสร้างสีต่างๆขึ้นมาอีกมากมาย
หลายล้านเชดสีทั้งสีที่ได้มาโดยธรรมชาติ แล้ว ก็สีที่มนุษย์สรรสร้างขึ้นมาเอง ที่เรารู้จักกันในนาม สีสังเคราะห์
(Artificial Pigment) นั่นเอง และสีเหล่านี้นี่เอง ที่บรรดาศิลปินชั้นเยี่ยมของโลก ได้นำมาใช้สรรสร้างงานที
เป็นอมตะ และยิ่งใหญ่ให้กับโลกของเรา โดยสีที่ศิลปินนั้นใช้ล้วนมี รูปแบบและสไตล์ (Style)ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้
ขึ้นอยุ่กับยุคสมัยที่ศิลปิน ผู้นั้นๆมีชีวิตอยู่
The Colour of Light
ผู้ที่ค้นพบว่าแสงนั้นมีเชดสีต่างๆอยู่มากมายก็คือนักวิทยาศาสตร์ ์ ที่ชื่อเซอร์ไอแซค
นิวตั้น (Sir Isacc Newton) ซึ่งในปีค.ศ.1666 เขาได้ทำการค้นพบโดยการที่ แสงอาทิตย์ได้เดินทางผ่านแท่งแก้ว
รูปทรงสามเหลี่ยมหรือทรงปรึซึม แสงที่ผ่านออกมานั้น มันได้กลายเป็น สี 7 สีนั่นก็คือ แสงสีรุ้งนั่นเอง และในปี
คศ.1704 ก็ได้เกิดทฤษฏีการมองเห็นสีของเขาเกิดขึ้นมาโดย เขาได้ทำการแบ่งแสงสี ที่ผ่านแท่งแก้วปริซึม โดยเรียก
มันว่า สเปคตั้ม (spectrum) ซึ่งแยกสีได้เป็นสี แดง แสด เหลือง เขียว นำเงิน คราม ม่วง และ Newton เขาไม่ได้
หยุดอยู่แค่นั้น เขาได้ทำการทดลองต่อไปโดยให้แสงนั้นเดินทางผ่านแท่งแก้ว ปริซึม อันที่ 2 เขาก็ได้พบว่าแสงนั้น
ได้ทำการผสมกันอีกครั้ง แล้วมันก็ออกมา เป็นแสงสีขาวเหมือนเดิมนั่นเอง
The Working of Eye
ตาของคนเรากับการมองเห็นสีนั้น มันเกิดจากการที่แสงนั้น เดินทางผ่านเข้ามา
แล้วแสงนั้นก็ตกกระทบกับเรตินา (Retins) ของดวงตาของเราซึ่งที่เรติน่านี้เอง ที่ทำการดูดซับแสงที่เข้ามา
ตกกระทบ แสงนี้เองที่ได้ผ่านเข้าไปไปกระตุ้นเซลประสาท ของดวงตาของเราโดยตรง และเซลประสาบนี้เอง ก็ได้
ส่งสัญญาน ไปที่สมอง ณ.ที่สมองนี้เองจาสามารถรับรู้สี ได้เพียงสีแท้ๆ เพียง 3 สีเท่านั้น คือ สีแดงนำเงิน และ เขียว
ซึ่งช่วงความกว้าง ของคลื่นแสงที่มาตกกระทบในเวลาต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปนี้เอง ที่ทำให้เราสามารถเห็น
เชดสีของสีทั้ง 3 นี้ออกเป็นมากมาย นับล้านๆ เชดสี
|
|